ประกันไทย

ไม่มีใบขับขี่ ประกันรถยนต์คุ้มครองไหม?

ไม่มีใบขับขี่ ประกันรถยนต์คุ้มครองไหม?

ไม่มีใบขับขี่ ประกันรถยนต์คุ้มครองไหม?

ไม่มีใบขับขี่ ประกันรถยนต์คุ้มครองไหม? แยกชีวิต คู่กรณี และรถเราให้ชัด

คำตอบสั้นที่สุด: ไม่มีใบขับขี่ไม่ได้แปลว่า “ประกันไม่จ่ายทุกอย่าง” ความคุ้มครองต้องแยกเป็น 4 กองได้แก่ ชีวิตและร่างกายตาม พ.ร.บ., ชีวิตและทรัพย์สินของบุคคลภายนอก, อุบัติเหตุของคนในรถ และความเสียหายของรถคันเอาประกัน จุดที่ได้รับผลกระทบชัดที่สุดคือ ค่าซ่อมรถของเรา เมื่อผู้ขับไม่เคยมีใบขับขี่ ใช้ใบขับขี่ผิดประเภท หรือถูกตัดสิทธิ และเป็นฝ่ายประมาท

สรุปใน 60 วินาที

  • มีใบขับขี่รถยนต์ถูกประเภทและไม่ถูกตัดสิทธิ: ไม่ติดข้อยกเว้นเรื่องใบขับขี่ แต่ยังต้องผ่านเงื่อนไขอื่นของกรมธรรม์ เช่น ลักษณะการใช้รถ เมาสุรา การแข่งความเร็ว หรือความเสียหายส่วนแรก
  • ไม่เคยมีใบขับขี่ / มีแต่ใบขับขี่มอเตอร์ไซค์ / ถูกพักใช้หรือเพิกถอน: ถ้าเป็นฝ่ายประมาท บริษัทอาจปฏิเสธ ความเสียหายต่อรถคันเอาประกัน ตามเงื่อนไขมาตรฐาน
  • ไม่มีใบขับขี่แต่เป็นฝ่ายถูก: เงื่อนไขมาตรฐานระบุว่า ข้อยกเว้นดังกล่าวไม่ใช้เมื่อความเสียหายต่อรถไม่ได้เกิดจากความประมาทของผู้ขับรถคันเอาประกัน
  • ชีวิตและร่างกายตาม พ.ร.บ.: ยังเป็นอีกสัญญาหนึ่งและไม่ได้หายเพราะไม่มีใบขับขี่ แต่ผู้ขับรถคันเอาประกันจะได้รับจาก พ.ร.บ. ของรถตนเองไม่เกินค่าเสียหายเบื้องต้น ส่วนสิทธิเพิ่มเติมต้องดูว่าฝ่ายใดรับผิดและเรียกร้องจากรถฝ่ายที่ต้องรับผิด
  • ชีวิต/ร่างกายและทรัพย์สินของคู่กรณี: ประกันภาคสมัครใจยังพิจารณาชดใช้ตามความรับผิดทางกฎหมายและวงเงินในตารางกรมธรรม์ การไม่มีใบขับขี่เพียงอย่างเดียวไม่ใช่ข้อยกเว้นทั่วไปของหมวดบุคคลภายนอก
  • อุบัติเหตุส่วนบุคคล ค่ารักษา และประกันตัวผู้ขับขี่: ถ้าซื้อเอกสารแนบท้ายไว้ ต้องดูจำนวนคน วงเงิน และข้อยกเว้นในเอกสารแนบท้ายจริง ไม่ควรสรุปจากคำว่า “ชั้น 1” เพียงคำเดียว

คืนหนึ่งที่คำว่า “ไม่มีใบขับขี่” ทำให้ทุกคนคิดว่าประกันจบแล้ว

สมมติว่า “นนท์” ขับรถออกจากซอยแล้วชนรถอีกคัน เขาไม่ได้เมา ไม่ได้แข่งรถ และโทรแจ้งบริษัทประกันทันที แต่เมื่อเจ้าหน้าที่ถามหาใบขับขี่ นนท์ตอบว่าไม่เคยสอบใบขับขี่มาก่อน

คำแรกที่มักได้ยินคือ “แบบนี้ประกันไม่จ่ายแน่”

ประโยคนี้ สั้นเกินไปและอาจทำให้ตัดสินใจผิด เพราะอุบัติเหตุครั้งเดียวมีผู้เสียหายหลายกลุ่มและมีกรมธรรม์หลายหมวดทำงานพร้อมกัน บางส่วนคุ้มครองชีวิต บางส่วนคุ้มครองทรัพย์สินของคู่กรณี บางส่วนคุ้มครองรถของเรา และบางส่วนเป็นเอกสารแนบท้ายสำหรับคนในรถ

ก่อนถามว่า “ประกันจ่ายไหม” จึงควรถามให้ครบว่า จ่ายให้ใคร จ่ายเรื่องอะไร และจ่ายจากกรมธรรม์ส่วนไหน

เริ่มจากกฎหมาย: ขับรถต้องมีใบขับขี่ แต่การทำผิดกฎหมายไม่เท่ากับสิทธิประกันทุกส่วนหาย

พระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. 2522 มาตรา 42 วางหลักว่าผู้ขับรถต้องได้รับใบอนุญาตขับรถ ส่วนมาตรา 64 กำหนดโทษกรณีขับรถโดยไม่ได้รับใบอนุญาต การไม่มีใบขับขี่จึงเป็นความผิดตามกฎหมายจราจร/รถยนต์ที่ผู้ขับต้องรับผิดชอบ

อย่างไรก็ตาม สัญญาประกันภัยไม่ได้ใช้หลักว่า “ทำผิดกฎหมายหนึ่งเรื่องแล้วตัดทุกความคุ้มครอง” โดยอัตโนมัติ บริษัทต้องพิจารณาตามข้อตกลงคุ้มครอง ข้อยกเว้น ความสัมพันธ์กับสาเหตุของอุบัติเหตุ และข้อเท็จจริงของผู้เสียหายแต่ละคน

ตารางใหญ่: มีใบขับขี่กับไม่มีใบขับขี่ ต่างกันตรงไหน

กองความคุ้มครองมีใบขับขี่รถยนต์ถูกประเภทไม่เคยมี / ผิดประเภท / ถูกตัดสิทธิประเด็นที่ต้องดูเพิ่ม
พ.ร.บ. — ผู้ขับรถคันเอาประกันได้อย่างน้อยค่าเสียหายเบื้องต้นจาก พ.ร.บ. รถตนเองได้อย่างน้อยค่าเสียหายเบื้องต้นเช่นกันถ้าเป็นฝ่ายถูก สิทธิเพิ่มเติมพิจารณาจาก พ.ร.บ. ของรถฝ่ายที่ต้องรับผิด
พ.ร.บ. — ผู้โดยสาร/คนเดินถนน/บุคคลภายนอกคุ้มครองตามกฎหมายและข้อเท็จจริงไม่ถูกตัดสิทธิเพียงเพราะคนขับไม่มีใบขับขี่วงเงินจริงขึ้นกับประเภทความเสียหายและการพิสูจน์ความรับผิด
ภาคสมัครใจ — ชีวิต/ร่างกายบุคคลภายนอกคุ้มครองส่วนเกินจาก พ.ร.บ. ตามวงเงินโดยหลักยังคุ้มครองบุคคลภายนอกตามวงเงินผู้ขับฝ่ายผิดและบุคคลบางกลุ่มไม่ถือเป็นบุคคลภายนอกตามนิยามมาตรฐาน
ภาคสมัครใจ — ทรัพย์สินบุคคลภายนอกคุ้มครองตามความรับผิดทางกฎหมายโดยหลักยังคุ้มครอง ไม่ได้ตัดเพราะไม่มีใบขับขี่เพียงอย่างเดียวดูวงเงิน ค่าเสียหายส่วนแรก และข้อยกเว้นทรัพย์สินบางชนิด
รถคันเอาประกัน — ความเสียหายจากการชนคุ้มครองตามประเภทกรมธรรม์ถ้าผู้ขับเป็นฝ่ายประมาท อาจถูกยกเว้นถ้าไม่ใช่ความประมาทของผู้ขับรถเรา ข้อยกเว้นเรื่องใบขับขี่ไม่ถูกนำมาใช้
รถสูญหาย/ไฟไหม้คุ้มครองในชั้น 1, 2 และ 2+ ตามเงื่อนไขการไม่มีใบขับขี่ไม่ใช่ข้อยกเว้นเฉพาะของหมวดนี้ต้องเป็นเหตุสูญหาย/ไฟไหม้ที่เข้าเงื่อนไข ไม่ใช่การชนธรรมดา
อุบัติเหตุส่วนบุคคล/ค่ารักษาคนในรถคุ้มครองเมื่อซื้อเอกสารแนบท้ายไม่ควรเหมารวมว่าถูกตัด ต้องตรวจเอกสารแนบท้ายดูผู้ได้รับความคุ้มครอง จำนวนที่นั่ง วงเงิน และข้อยกเว้นจริง
ประกันตัวผู้ขับขี่ใช้ได้เมื่อซื้อไว้และเกิดเหตุเข้าเงื่อนไขอาจใช้ได้ตามเอกสารแนบท้าย ไม่ใช่ค่าปรับจากการไม่มีใบขับขี่เป็นวงเงินประกันตัวในคดีอาญา ไม่ใช่เงินจ่ายค่าปรับ

จุดสำคัญ: ตารางนี้อธิบายผลจาก “สถานะใบขับขี่” เท่านั้น หากมีเหตุอื่น เช่น เมาสุรา เสพยา ใช้รถแข่ง ใช้รถผิดประเภท หรือแจ้งข้อมูลไม่จริง ผลความคุ้มครองอาจเปลี่ยนอีกชั้นหนึ่ง

1. พ.ร.บ. คุ้มครองชีวิตและร่างกาย ไม่ได้คุ้มครองรถ

พ.ร.บ. หรือกรมธรรม์ประกันภัยคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ มุ่งช่วยผู้ได้รับบาดเจ็บ สูญเสียอวัยวะ ทุพพลภาพ หรือเสียชีวิตจากรถ ไม่ใช่ประกันค่าซ่อมรถและไม่จ่ายทรัพย์สินที่เสียหาย

ตามตารางกรมธรรม์ที่ใช้กับกรมธรรม์ซึ่งมีผลตั้งแต่ 1 มกราคม 2569 วงเงินสำคัญประกอบด้วย

รายการวงเงินสูงสุดตามตารางมาตรฐาน
บาดเจ็บต่อร่างกายหรืออนามัย80,000 บาทต่อคน
เสียชีวิตหรือทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง500,000 บาทต่อคน
สูญเสียอวัยวะหรือทุพพลภาพถาวร200,000–500,000 บาทต่อคน ตามเงื่อนไข
ชดเชยรายวันกรณีนอนโรงพยาบาล200 บาทต่อวัน ไม่เกิน 20 วัน
รวมข้อบาดเจ็บ/เสียชีวิต/สูญเสียอวัยวะ/ชดเชยรายวันไม่เกิน 504,000 บาทต่อคน และรวมต่ออุบัติเหตุไม่เกิน 20 ล้านบาท

ค่าเสียหายเบื้องต้น ซึ่งจ่ายโดยไม่ต้องรอพิสูจน์ว่าใครผิด มีหลักสำคัญคือ

ค่าเสียหายเบื้องต้นวงเงิน
ค่ารักษาจากการบาดเจ็บไม่เกิน 30,000 บาทต่อคน
สูญเสียอวัยวะ/ทุพพลภาพถาวร35,000 บาทต่อคน หรือตามกฎหมายกำหนด
เสียชีวิต35,000 บาทต่อคน หรือตามกฎหมายกำหนด

สำหรับ ผู้ขับรถคันเอาประกัน ตารางมาตรฐานกำหนดว่าความคุ้มครองจาก พ.ร.บ. ของรถคันที่ตนขับไม่เกินค่าเสียหายเบื้องต้น หากผู้ขับเป็นฝ่ายถูก สามารถพิจารณาสิทธิส่วนเพิ่มจาก พ.ร.บ. ของรถฝ่ายที่ต้องรับผิดได้

ดังนั้นคำว่า “ไม่มีใบขับขี่” ไม่ใช่ตัวแปรเดียวที่ตัดสินสิทธิ พ.ร.บ. ต้องดูด้วยว่าผู้เสียหายเป็นผู้ขับ ผู้โดยสาร หรือบุคคลภายนอก และรถฝ่ายใดต้องรับผิด

2. ชีวิตและร่างกายของบุคคลภายนอก: ประกันภาคสมัครใจช่วยส่วนเกิน พ.ร.บ.

กรมธรรม์รถยนต์ภาคสมัครใจมาตรฐานกำหนดให้บริษัทชดใช้ความรับผิดตามกฎหมายต่อชีวิต ร่างกาย หรืออนามัยของบุคคลภายนอก เฉพาะส่วนที่เกินวงเงินสูงสุดของ พ.ร.บ. และไม่เกินวงเงินต่อคน/ต่อครั้งในตารางกรมธรรม์

ข้อยกเว้นทั่วไปของหมวดบุคคลภายนอก ไม่ได้ระบุการไม่มีใบขับขี่เพียงอย่างเดียวเป็นข้อยกเว้น เพราะฉะนั้น หากรถของเราเป็นฝ่ายผิด บริษัทจะยังพิจารณาชดใช้บุคคลภายนอกภายในวงเงิน แม้ผู้ขับไม่เคยมีใบขับขี่

แต่คำว่า “บุคคลภายนอก” มีขอบเขต ไม่รวมผู้ขับที่เป็นฝ่ายต้องรับผิด และตามข้อความมาตรฐานยังไม่รวมลูกจ้างในทางการที่จ้าง คู่สมรส บิดา มารดา และบุตรของผู้ขับฝ่ายผิดในความคุ้มครองชีวิต/ร่างกายหมวดนี้ บุคคลเหล่านี้จึงควรตรวจ พ.ร.บ. และเอกสารแนบท้ายอุบัติเหตุส่วนบุคคล/ค่ารักษาพยาบาลประกอบ

3. ทรัพย์สินของคู่กรณี: ยังพิจารณาจ่ายตามความรับผิดและวงเงิน

ถ้ารถของเราเฉี่ยวชนรถคู่กรณี รั้วบ้าน เสา หรือทรัพย์สินของบุคคลภายนอก ประกันภาคสมัครใจประเภท 1, 2+, 3+, 2 และ 3 มีหมวดความรับผิดต่อทรัพย์สินบุคคลภายนอกตามวงเงินในตารางกรมธรรม์

การไม่มีใบขับขี่ไม่ใช่ข้อยกเว้นเฉพาะของหมวดนี้ แต่ยังต้องตรวจว่า

  1. ผู้ขับได้รับอนุญาตจากผู้เอาประกันให้ใช้รถหรือไม่
  2. รถถูกใช้ตามลักษณะที่แจ้งไว้หรือไม่
  3. ทรัพย์สินที่เสียหายเป็นของผู้ขับ ผู้เอาประกัน หรือบุคคลในครอบครัว/อยู่ในการครอบครองของบุคคลที่ถูกยกเว้นหรือไม่
  4. มีค่าเสียหายส่วนแรกในตาราง หรือเป็นกรมธรรม์ระบุชื่อผู้ขับขี่แต่คนขับไม่ได้ถูกระบุชื่อหรือไม่
  5. มีเหตุอื่น เช่น เมาสุรา ยาเสพติด หรือใช้รถก่ออาชญากรรมหรือไม่

4. รถของเรา: จุดที่ใบขับขี่มีผลชัดที่สุด

คำสั่งนายทะเบียนที่ 46/2567 ซึ่งกำหนดข้อความกรมธรรม์รถยนต์มาตรฐาน ระบุข้อยกเว้นในหมวดความเสียหายต่อรถยนต์สำหรับผู้ขับที่ “ไม่เคยได้รับใบอนุญาตขับขี่ใด ๆ” ผู้ที่ถูกตัดสิทธิตามกฎหมาย หรือผู้ที่ “ใช้ใบขับขี่รถจักรยานยนต์ไปขับขี่รถยนต์”

ผลในทางปฏิบัติคือ

  • ถ้าผู้ขับอยู่ในกลุ่มดังกล่าวและ เป็นฝ่ายประมาท ค่าซ่อมรถคันเอาประกันอาจถูกปฏิเสธ แม้จะซื้อประกันชั้น 1
  • ถ้าความเสียหายต่อรถ ไม่ได้เกิดจากความประมาทของผู้ขับรถเรา เงื่อนไขมาตรฐานระบุว่าไม่นำข้อยกเว้นเรื่องใบขับขี่มาใช้
  • ถ้าเป็นประกัน 2+ หรือ 3+ ยังต้องผ่านเงื่อนไขของความคุ้มครองเฉพาะภัย เช่น ชนกับยานพาหนะทางบกและระบุคู่กรณีได้ ตามแบบที่ซื้อ

จุดที่หลายบทความไม่พูด: กรมธรรม์ระบุชื่อผู้ขับขี่

ข้อความมาตรฐานปัจจุบันมีวรรคเฉพาะสำหรับกรมธรรม์ประเภทระบุชื่อผู้ขับขี่ โดยระบุว่าไม่ใช้ข้อยกเว้นเรื่องใบขับขี่ หากคนขับขณะเกิดเหตุเป็นผู้ขับขี่ที่ระบุชื่อในกรมธรรม์

อย่างไรก็ตาม อย่าใช้ข้อความนี้เป็นเหตุให้ขับรถโดยไม่มีใบอนุญาต เพราะการขับยังผิดกฎหมาย และต้องพิสูจน์ให้ได้ว่ากรมธรรม์เป็นแบบระบุชื่อจริง ชื่อผู้ขับอยู่ในตารางจริง และไม่มีข้อเท็จจริงอื่นกระทบความคุ้มครอง ควรให้บริษัทหรือผู้เชี่ยวชาญอ่านกรมธรรม์ฉบับจริงก่อนสรุป

5. รถสูญหายหรือไฟไหม้: ไม่ใช่เรื่องเดียวกับค่าซ่อมจากการชน

ความคุ้มครองรถสูญหายและไฟไหม้อยู่คนละหมวดกับความเสียหายจากการชน ในแบบมาตรฐาน ข้อยกเว้น “ไม่เคยมีใบขับขี่” ถูกวางไว้ในหมวดความเสียหายต่อรถยนต์ ไม่ใช่ข้อยกเว้นเฉพาะของหมวดรถสูญหาย/ไฟไหม้

จึงไม่ควรสรุปว่าไม่มีใบขับขี่แล้วรถถูกขโมยหรือไฟไหม้จะถูกปฏิเสธอัตโนมัติ แต่เหตุจะต้องเข้าเงื่อนไขสูญหายหรือไฟไหม้จริง และไม่มีข้อยกเว้นอื่น เช่น การฉ้อโกงหรือการยักยอกในลักษณะที่กรมธรรม์ยกเว้น

6. คนในรถ: ผู้ขับกับผู้โดยสารต้องแยกกัน

ผู้ขับรถ

  • พ.ร.บ. ของรถตนเอง: ได้ไม่เกินค่าเสียหายเบื้องต้น
  • ถ้าเป็นฝ่ายถูก: พิจารณาเรียกร้องสิทธิเพิ่มจากรถฝ่ายที่ต้องรับผิด
  • อุบัติเหตุส่วนบุคคล/ค่ารักษาพยาบาล: ตรวจว่าซื้อเอกสารแนบท้าย ร.ย.01 และ ร.ย.02 ไว้หรือไม่ และวงเงินเท่าใด
  • ประกันตัวผู้ขับขี่: ตรวจเอกสารแนบท้าย ร.ย.03 ซึ่งเป็นการจัดหาหลักประกันในคดีอาญา ไม่ใช่การจ่ายค่าปรับแทน

ผู้โดยสาร

  • พ.ร.บ. คุ้มครองในฐานะผู้ประสบภัยจากรถตามกฎหมาย
  • หากผู้เอาประกัน/ผู้ขับต้องรับผิด ผู้โดยสารอาจมีสิทธิจากภาคสมัครใจส่วนเกิน พ.ร.บ. แต่ต้องดูนิยามบุคคลภายนอก โดยเฉพาะกรณีผู้โดยสารเป็นคู่สมรส บิดา มารดา บุตร หรือลูกจ้างของผู้ขับฝ่ายผิด
  • หากซื้ออุบัติเหตุส่วนบุคคลและค่ารักษาพยาบาลสำหรับผู้โดยสารไว้ สามารถพิจารณาเพิ่มตามจำนวนที่นั่งและวงเงินในตาราง

ประกันแต่ละประเภทคุ้มครองอย่างไรเมื่อไม่มีใบขับขี่

ตารางนี้สมมติว่าผู้ขับไม่เคยมีใบขับขี่รถยนต์และเป็นฝ่ายประมาท โดยไม่มีเหตุเมาสุรา ยาเสพติด หรือข้อยกเว้นอื่นร่วมด้วย

ประเภทชีวิต/ทรัพย์สินบุคคลภายนอกรถเราเสียหายจากการชนสูญหาย/ไฟไหม้หมายเหตุ
พ.ร.บ.คุ้มครองเฉพาะชีวิตและร่างกายตามกฎหมายไม่คุ้มครองไม่คุ้มครองผู้ขับรถคันเอาประกันได้จากรถตนเองไม่เกินค่าเสียหายเบื้องต้น
ชั้น 1คุ้มครองตามวงเงินอาจถูกยกเว้นเพราะไม่มีใบขับขี่และเป็นฝ่ายประมาทคุ้มครองตามเงื่อนไขตรวจเอกสารแนบท้ายคนในรถด้วย
2+คุ้มครองตามวงเงินอาจถูกยกเว้น และปกติต้องเข้าเงื่อนไขชนกับยานพาหนะทางบกคุ้มครองตามเงื่อนไขต้องดูว่าระบุคู่กรณีได้หรือไม่
3+คุ้มครองตามวงเงินอาจถูกยกเว้น และปกติต้องเข้าเงื่อนไขชนกับยานพาหนะทางบกไม่คุ้มครองเงื่อนไขผลิตภัณฑ์แต่ละบริษัทอาจต่างกัน
ชั้น 2คุ้มครองตามวงเงินไม่มีความคุ้มครองการชนรถเราอยู่แล้วคุ้มครองตามเงื่อนไขใบขับขี่ไม่ได้สร้างสิทธิค่าซ่อมรถจากการชนที่ไม่ได้ซื้อไว้
ชั้น 3คุ้มครองตามวงเงินไม่มีความคุ้มครองการชนรถเราอยู่แล้วไม่คุ้มครองเน้นความรับผิดต่อบุคคลภายนอก

“ไม่มีใบขับขี่” มีหลายแบบ และผลไม่เท่ากัน

สถานะผลต่อการพิจารณาความคุ้มครองรถเรา
มีใบขับขี่ถูกประเภท แต่ลืมบัตรเป็นเรื่องการแสดงหลักฐาน ไม่ใช่การ “ไม่เคยได้รับ” บริษัทตรวจสอบสถานะย้อนหลังได้
ใบขับขี่หมดอายุโดยถ้อยคำมาตรฐานไม่เหมือน “ไม่เคยได้รับ” แต่ต้องตรวจว่าสถานะถูกตัดสิทธิ พักใช้ หรือเพิกถอนหรือไม่
ไม่เคยสอบหรือไม่เคยได้รับใบขับขี่ใด ๆเข้าข้อยกเว้นความเสียหายต่อรถยนต์ เมื่อความเสียหายเกิดจากความประมาทของผู้ขับ
มีเฉพาะใบขับขี่มอเตอร์ไซค์แต่นำมาขับรถยนต์ถูกระบุไว้โดยตรงในข้อยกเว้นความเสียหายต่อรถยนต์
ใบขับขี่ถูกพักใช้/เพิกถอน/ถูกตัดสิทธิเข้ากลุ่มที่เงื่อนไขมาตรฐานยกเว้นความเสียหายต่อรถยนต์
ไม่มีใบขับขี่แต่เป็นฝ่ายถูกข้อยกเว้นเรื่องใบขับขี่ไม่ถูกนำมาใช้กับความเสียหายที่ไม่ได้เกิดจากความประมาทของผู้ขับรถเรา

เกิดเหตุแล้วควรทำอะไร เพื่อไม่ให้คำว่า “ไม่มีใบขับขี่” กลบสิทธิส่วนอื่น

  1. หยุดรถและดูแลความปลอดภัยก่อน หากมีผู้บาดเจ็บให้โทร 1669 และแจ้งตำรวจ
  2. โทรแจ้งบริษัทประกันทันที บอกข้อเท็จจริงตรงไปตรงมา ไม่เดาสาเหตุและไม่รับสารภาพเกินข้อเท็จจริง
  3. ถ่ายภาพและวิดีโอรอบด้าน ตำแหน่งรถ รอยชน ป้ายทะเบียน สภาพถนน สัญญาณไฟ และพยาน
  4. แยกผู้เสียหายเป็นรายคน/รายทรัพย์สิน ผู้ขับ ผู้โดยสาร คนเดินถนน รถคู่กรณี และรถของเราอาจใช้คนละหมวดความคุ้มครอง
  5. เตรียมเอกสาร 3 ชุด หน้าตารางกรมธรรม์ เอกสารแนบท้าย และหลักฐานสถานะใบขับขี่
  6. หากถูกปฏิเสธ ให้ขอเป็นหนังสือ ระบุข้อกรมธรรม์ที่บริษัทใช้ปฏิเสธ อย่ารับเพียงคำตอบทางโทรศัพท์ว่า “ไม่มีใบขับขี่จึงไม่จ่ายทั้งหมด”
  7. หากเห็นว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม สอบถามสายด่วน คปภ. 1186 หรือยื่นเรื่องผ่าน ระบบรับเรื่องร้องเรียน คปภ.

ตัวอย่างคำตอบที่ถูกต้องกว่าคำว่า “จ่าย” หรือ “ไม่จ่าย”

กรณี A: ไม่เคยมีใบขับขี่และชนท้ายคันหน้า

  • พ.ร.บ.: ชีวิต/ร่างกายยังพิจารณาตามสิทธิของแต่ละคน
  • รถและชีวิตของคู่กรณี: ภาคสมัครใจพิจารณาตามความรับผิดและวงเงิน
  • รถเรา: ชั้น 1, 2+ หรือ 3+ อาจปฏิเสธค่าซ่อมรถเราเพราะผู้ขับไม่มีใบขับขี่และเป็นฝ่ายประมาท
  • เอกสารแนบท้ายคนในรถ: ตรวจว่าซื้อไว้และมีข้อยกเว้นอะไร

กรณี B: ไม่เคยมีใบขับขี่ แต่จอดติดไฟแดงแล้วถูกชนท้าย

  • ความเสียหายไม่ได้เกิดจากความประมาทของผู้ขับรถเรา
  • ข้อยกเว้นเรื่องไม่มีใบขับขี่ไม่ควรถูกนำมาใช้กับค่าซ่อมรถเราในเหตุนี้ตามข้อความมาตรฐาน
  • ยังต้องมีหลักฐานว่าเป็นฝ่ายถูก และสำหรับ 2+/3+ ต้องเข้าเงื่อนไขผลิตภัณฑ์ที่ซื้อ

กรณี C: ใบขับขี่หมดอายุ

  • ไม่ใช่ข้อเท็จจริงเดียวกับ “ไม่เคยได้รับใบขับขี่”
  • ตรวจว่ามีคำสั่งพักใช้/เพิกถอนหรือถูกตัดสิทธิหรือไม่
  • หากบริษัทปฏิเสธเพราะหมดอายุเพียงอย่างเดียว ให้ขอหนังสือปฏิเสธและข้อกรมธรรม์ที่อ้าง

ก่อนซื้อประกัน ควรเช็กอะไรเพื่อไม่ให้มีปัญหาวันเคลม

  • คนที่ใช้รถประจำมีใบขับขี่รถยนต์ถูกประเภทหรือยัง
  • กรมธรรม์เป็นแบบระบุชื่อผู้ขับขี่หรือไม่ และชื่อ/เลขใบขับขี่ถูกต้องหรือไม่
  • ตารางกรมธรรม์มีวงเงินบุคคลภายนอกและค่าเสียหายส่วนแรกเท่าใด
  • มี ร.ย.01 อุบัติเหตุส่วนบุคคล ร.ย.02 ค่ารักษาพยาบาล และ ร.ย.03 ประกันตัวผู้ขับขี่หรือไม่
  • ประกัน 2+/3+ กำหนดคู่กรณีและลักษณะการชนอย่างไร
  • ลักษณะการใช้รถจริงตรงกับที่แจ้งบริษัทหรือไม่ เช่น รถส่วนบุคคล รถรับจ้าง หรือรับส่งสินค้า

ให้ประกันไทยดอทคอมช่วยอ่านกรมธรรม์ ก่อนสรุปว่าเคลมได้หรือไม่ได้

กรณีไม่มีใบขับขี่ ไม่มีคำตอบเดียวที่ใช้แทนกันได้ทุกเหตุ เพราะคำตอบขึ้นกับคนขับ ฝ่ายผิด ประเภทกรมธรรม์ ตารางวงเงิน และเอกสารแนบท้าย

ส่งข้อมูล 3 อย่างให้ทีม ประกันไทยดอทคอม ช่วยแยกประเด็นเบื้องต้นได้

  1. รูปหน้าตารางกรมธรรม์ (ปิดเลขบัตรประชาชนหรือข้อมูลส่วนตัวที่ไม่จำเป็นได้)
  2. รูปเอกสารแนบท้ายหรือหน้ารายการความคุ้มครอง
  3. ข้อเท็จจริงสั้น ๆ ว่าใครขับ ใบขับขี่มีสถานะอย่างไร และฝ่ายใดถูกระบุว่าเป็นฝ่ายประมาท

LINE Official: @prakanthai
เว็บไซต์: ประกันไทยดอทคอม

ประกันไทยดอทคอมให้บริการด้านนายหน้าประกันวินาศภัยตั้งแต่ พ.ศ. 2547 ใบอนุญาตนิติบุคคลเลขที่ 5104000004 เนื้อหานี้จัดทำเพื่อช่วยให้ผู้บริโภคอ่านกรมธรรม์เป็น ไม่ใช่คำวินิจฉัยข้อพิพาทหรือคำปรึกษากฎหมายเฉพาะคดี

คำถามที่พบบ่อย

ไม่มีใบขับขี่ ประกันชั้น 1 จ่ายไหม?

จ่ายบางส่วน ไม่ใช่ไม่จ่ายทั้งหมด ประกันยังพิจารณาความรับผิดต่อชีวิตและทรัพย์สินบุคคลภายนอก ส่วนค่าซ่อมรถเราอาจถูกยกเว้นหากผู้ขับไม่เคยมีใบขับขี่ ใช้ใบขับขี่ผิดประเภท หรือถูกตัดสิทธิ และเป็นฝ่ายประมาท

ไม่มีใบขับขี่แต่เป็นฝ่ายถูก เคลมรถเราได้ไหม?

ตามเงื่อนไขมาตรฐาน ข้อยกเว้นเรื่องใบขับขี่ไม่ถูกนำมาใช้เมื่อความเสียหายต่อรถไม่ได้เกิดจากความประมาทของผู้ขับรถคันเอาประกัน แต่ต้องมีหลักฐานฝ่ายผิดและเข้าเงื่อนไขของประเภทประกันที่ซื้อ

ใบขับขี่หมดอายุ ประกันจ่ายไหม?

ใบขับขี่หมดอายุไม่ใช่คำเดียวกับ “ไม่เคยได้รับใบขับขี่” ตามถ้อยคำมาตรฐาน จึงไม่ควรถูกปฏิเสธค่าซ่อมเพราะหมดอายุเพียงอย่างเดียว เว้นแต่มีสถานะพักใช้ เพิกถอน หรือถูกตัดสิทธิ และยังต้องตรวจข้อเท็จจริงอื่นของเหตุ

มีแต่ใบขับขี่มอเตอร์ไซค์ แล้วขับรถยนต์ ประกันชั้น 1 คุ้มครองรถเราไหม?

ข้อความมาตรฐานระบุกรณีใช้ใบขับขี่รถจักรยานยนต์ไปขับรถยนต์ไว้ในข้อยกเว้นความเสียหายต่อรถยนต์ หากผู้ขับเป็นฝ่ายประมาท รถคันเอาประกันอาจไม่ได้รับค่าซ่อม

พ.ร.บ. คุ้มครองคนขับที่ไม่มีใบขับขี่ไหม?

ผู้ขับรถคันเอาประกันได้รับจาก พ.ร.บ. ของรถตนเองไม่เกินค่าเสียหายเบื้องต้น การมีหรือไม่มีใบขับขี่ไม่ทำให้ค่าเสียหายเบื้องต้นหายไป หากเป็นฝ่ายถูก สิทธิส่วนเพิ่มให้พิจารณาจาก พ.ร.บ. ของรถฝ่ายที่ต้องรับผิด

ประกันยังจ่ายค่าซ่อมรถคู่กรณีหรือไม่ ถ้าคนขับรถเราไม่มีใบขับขี่?

โดยหลักยังพิจารณาจ่ายตามความรับผิดทางกฎหมายและวงเงินทรัพย์สินบุคคลภายนอก เพราะไม่มีใบขับขี่เพียงอย่างเดียวไม่ใช่ข้อยกเว้นเฉพาะของหมวดนี้ แต่ต้องตรวจเหตุอื่นและค่าเสียหายส่วนแรกด้วย

ผู้โดยสารในรถของเรายังคุ้มครองไหม?

ผู้โดยสารมีสิทธิตาม พ.ร.บ. และอาจมีสิทธิจากภาคสมัครใจหรือเอกสารแนบท้ายคนในรถ ทั้งนี้ต้องดูความสัมพันธ์กับผู้ขับฝ่ายผิด นิยามบุคคลภายนอก จำนวนที่นั่ง และวงเงินที่ซื้อไว้

บริษัทปฏิเสธทุกอย่างเพราะไม่มีใบขับขี่ ควรทำอย่างไร?

ขอหนังสือปฏิเสธที่ระบุข้อกรมธรรม์ แยกความเสียหายเป็นชีวิต/ร่างกายบุคคลภายนอก ทรัพย์สินคู่กรณี รถเรา และเอกสารแนบท้าย หากยังเห็นต่างให้ปรึกษานายหน้าหรือสอบถาม คปภ. 1186

แชร์