ประกันรถยนต์มีกี่แบบ? ชั้น 1, 2+, 3+ คุ้มครองต่างกันอย่างไร

- เมื่อ : 27 กรกฎาคม 2563
- ประเภท : รอบรู้ประกัน
ประกันรถยนต์มีกี่แบบ? ชั้น 1, 2+, 3+ คุ้มครองต่างกันอย่างไร
ประกันรถยนต์มีกี่แบบ? ชั้น 1, 2+, 3+ คุ้มครองต่างกันอย่างไร
คำตอบสั้น ๆ
ประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจมี 5 ประเภทมาตรฐาน ได้แก่ ประเภท 1, 2, 3, 4 และ 5 โดยแบบที่ผู้ใช้รถพบเป็นประจำคือ ประกันชั้น 1, ชั้น 2, ชั้น 3 และประเภท 5 ซึ่งมักเรียกว่า 2+ หรือ 3+
ความแตกต่างไม่ได้อยู่ที่ราคาเพียงอย่างเดียว แต่ต้องดูว่า คุ้มครองความเสียหายต่อรถของเราเมื่อใด คุ้มครองรถหายหรือไฟไหม้หรือไม่ วงเงินความรับผิดต่อบุคคลภายนอกเท่าไร และมีเงื่อนไขเรื่องผู้ขับขี่ คู่กรณี ค่าเสียหายส่วนแรก หรือการซ่อมอู่และซ่อมศูนย์อย่างไร
สรุปให้จำง่าย: ชั้น 1 คุ้มครองตัวรถกว้างที่สุด ส่วน 2+ และ 3+ คุ้มครองรถเราเมื่อเป็นการชนกับยานพาหนะทางบกตามเงื่อนไข ขณะที่ชั้น 3 เน้นความรับผิดต่อบุคคลภายนอก
พ.ร.บ. กับประกันรถยนต์ภาคสมัครใจต่างกันอย่างไร
พ.ร.บ. คือประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับที่รถทุกคันต้องมีตามกฎหมาย เน้นคุ้มครองความเสียหายต่อชีวิตและร่างกายของผู้ประสบภัยจากรถตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด แต่ไม่คุ้มครองค่าซ่อมรถของเราและทรัพย์สินของคู่กรณี
ประกันรถยนต์ชั้น 1, 2, 3, 2+ และ 3+ เป็นประกันภาคสมัครใจ ช่วยคุ้มครองความรับผิดต่อบุคคลภายนอกและความเสียหายต่อตัวรถตามประเภทและเงื่อนไขที่เลือก ดังนั้นการมีประกันภาคสมัครใจไม่ได้ทำให้ไม่ต้องมี พ.ร.บ.
ตารางเปรียบเทียบประกันรถยนต์แต่ละแบบ
| ประเภท | บุคคลภายนอก | รถเราเสียหายจากการชน | รถหาย/ไฟไหม้ | เงื่อนไขสำคัญ |
|---|---|---|---|---|
| ชั้น 1 | คุ้มครองตามความรับผิดและวงเงินในกรมธรรม์ | คุ้มครองกว้างที่สุดตามเงื่อนไข รวมถึงอุบัติเหตุที่ไม่มีรถคู่กรณี | คุ้มครอง | ตรวจข้อยกเว้น ค่าเสียหายส่วนแรก ผู้ขับขี่ที่ระบุ และเงื่อนไขซ่อมอู่/ศูนย์ |
| ชั้น 2 | คุ้มครองตามความรับผิดและวงเงินในกรมธรรม์ | ไม่คุ้มครองความเสียหายจากการชนของรถเรา | คุ้มครอง | เหมาะกับผู้ต้องการคุ้มครองรถหายและไฟไหม้ แต่ไม่เน้นค่าซ่อมรถตนเองจากการชน |
| ชั้น 3 | คุ้มครองตามความรับผิดและวงเงินในกรมธรรม์ | ไม่คุ้มครอง | ไม่คุ้มครอง | เน้นความเสียหายต่อบุคคลภายนอก รถเราเสียหายต้องรับผิดชอบเอง |
| ชั้น 4 | คุ้มครองเฉพาะความรับผิดต่อทรัพย์สินบุคคลภายนอกตามแบบและวงเงิน | ไม่คุ้มครอง | ไม่คุ้มครอง | มีความคุ้มครองจำกัดและพบในตลาดไม่มาก ต้องอ่านหน้าตารางให้ชัด |
| 2+ | คุ้มครองตามพื้นฐานประเภท 2 | คุ้มครองเมื่อชนกับยานพาหนะทางบกและมีข้อมูลหรือหลักฐานตามเงื่อนไข | โดยหลักคุ้มครอง | ตรวจนิยามรถชนรถ ทุนประกัน ค่าเสียหายส่วนแรก และภัยเพิ่มเติม |
| 3+ | คุ้มครองตามพื้นฐานประเภท 3 | คุ้มครองเมื่อชนกับยานพาหนะทางบกและมีข้อมูลหรือหลักฐานตามเงื่อนไข | โดยหลักไม่คุ้มครอง | หากต้องการรถหาย ไฟไหม้ หรือน้ำท่วม ต้องดูว่ามีการเพิ่มความคุ้มครองไว้หรือไม่ |
ตารางนี้เป็นภาพรวมเพื่อช่วยเปรียบเทียบ ความคุ้มครองจริงให้ยึดหน้าตารางกรมธรรม์ ข้อกำหนด เงื่อนไข ข้อยกเว้น และเอกสารแนบท้ายที่บริษัทประกันภัยออกให้เป็นสำคัญ
ประกันชั้น 1 คุ้มครองอะไร
ประกันชั้น 1 เหมาะกับผู้ที่ต้องการความคุ้มครองต่อตัวรถค่อนข้างกว้าง เช่น รถใหม่ รถที่ยังมีภาระสินเชื่อ รถมูลค่าสูง รถที่ใช้งานทุกวัน หรือผู้ที่ไม่ต้องการรับความเสี่ยงค่าซ่อมก้อนใหญ่ด้วยตนเอง
ความคุ้มครองหลักโดยทั่วไปประกอบด้วยความรับผิดต่อชีวิต ร่างกาย และทรัพย์สินของบุคคลภายนอก ความเสียหายต่อตัวรถจากอุบัติเหตุตามเงื่อนไข รวมถึงรถสูญหายและไฟไหม้
อย่างไรก็ตาม คำว่า “ชั้น 1” ไม่ได้แปลว่าคุ้มครองทุกเหตุโดยไม่มีข้อยกเว้น ผู้ซื้อยังต้องตรวจทุนประกัน ค่าเสียหายส่วนแรก รายชื่อผู้ขับขี่ ลักษณะการใช้รถ อาณาเขตคุ้มครอง และสิทธิซ่อมอู่หรือซ่อมศูนย์
ประกันชั้น 2 คุ้มครองอะไร
ประกันชั้น 2 คุ้มครองความรับผิดต่อบุคคลภายนอก รวมถึงรถสูญหายและไฟไหม้ แต่ไม่คุ้มครองค่าซ่อมรถของเราเมื่อเกิดการชน เหมาะกับรถที่เจ้าของยอมรับค่าซ่อมจากการชนได้เอง แต่ยังกังวลความเสี่ยงเรื่องรถหายหรือไฟไหม้
ประกันชั้น 2 แบบมาตรฐานพบในตลาดน้อยกว่า 2+ จึงควรเปรียบเทียบเงื่อนไขจริง ไม่ตัดสินจากชื่อประเภทเพียงอย่างเดียว
ประกันชั้น 3 คุ้มครองอะไร
ประกันชั้น 3 เน้นความรับผิดตามกฎหมายต่อชีวิต ร่างกาย และทรัพย์สินของบุคคลภายนอกตามวงเงินในกรมธรรม์ แต่ไม่คุ้มครองค่าซ่อมรถของเรา รถหาย หรือไฟไหม้
เหมาะกับรถที่มีมูลค่าไม่สูง ใช้งานไม่มาก หรือผู้ที่รับความเสี่ยงค่าซ่อมรถตนเองได้ แต่ยังต้องการวงเงินช่วยรับผิดชอบความเสียหายที่อาจเกิดกับผู้อื่น
ประกัน 2+ คุ้มครองอะไร
ประกัน 2+ เป็นชื่อที่ตลาดนิยมใช้กับประกันประเภท 5 แบบคุ้มครองเฉพาะภัย โดยต่อยอดจากความคุ้มครองประเภท 2 จุดเด่นคือเพิ่มความคุ้มครองความเสียหายต่อตัวรถเมื่อชนกับยานพาหนะทางบกตามเงื่อนไข พร้อมความคุ้มครองรถสูญหายและไฟไหม้
จุดที่ต้องระวังคือ ไม่ใช่อุบัติเหตุทุกแบบจะคุ้มครองรถเรา เช่น ชนเสา ชนกำแพง ตกข้างทาง หรือความเสียหายที่ไม่สามารถแสดงว่าเกิดจากการชนกับยานพาหนะทางบก อาจไม่อยู่ในความคุ้มครองต่อตัวรถ ทั้งนี้ต้องดูเงื่อนไขของแต่ละกรมธรรม์
ประกัน 3+ คุ้มครองอะไร
ประกัน 3+ เป็นประกันประเภท 5 ที่ต่อยอดจากประเภท 3 โดยเพิ่มความคุ้มครองความเสียหายต่อตัวรถเมื่อชนกับยานพาหนะทางบกและสามารถแสดงข้อมูลหรือหลักฐานได้ตามเงื่อนไข
โดยหลัก 3+ ไม่คุ้มครองรถหายและไฟไหม้ จึงเหมาะกับผู้ที่ต้องการลดเบี้ยจากชั้น 1 และยอมรับความเสี่ยงบางส่วนได้ แต่ยังต้องการให้รถของตนมีความคุ้มครองในกรณีรถชนรถ
ถูกชนแล้วหนี ประกัน 2+ หรือ 3+ เคลมได้ไหม
ไม่ควรตอบว่าได้หรือไม่ได้ในทุกกรณี เพราะหัวใจอยู่ที่การระบุยานพาหนะคู่กรณีและหลักฐานตามเงื่อนไขกรมธรรม์ หากมีกล้องหน้ารถ ภาพทะเบียน พยาน หรือหลักฐานที่บริษัทใช้ตรวจสอบยานพาหนะคู่กรณีได้ อาจช่วยให้พิจารณาความคุ้มครองได้
แต่หากไม่สามารถระบุรถคู่กรณีหรือไม่มีหลักฐานตามที่กรมธรรม์กำหนด ความเสียหายต่อตัวรถภายใต้ 2+ หรือ 3+ อาจไม่อยู่ในความคุ้มครอง จึงควรแจ้งบริษัทประกันภัยทันทีและเก็บหลักฐานจากจุดเกิดเหตุให้ครบ
รถแบบไหนควรเลือกประกันอะไร
รถใหม่ รถมูลค่าสูง หรือใช้ทุกวัน
พิจารณาชั้น 1 เป็นลำดับแรก โดยเปรียบเทียบทุนประกัน เงื่อนไขซ่อมศูนย์หรือซ่อมอู่ ค่าเสียหายส่วนแรก และรายชื่อผู้ขับขี่ ไม่ควรดูเฉพาะเบี้ยถูกที่สุด
รถอายุหลายปี แต่ยังต้องการคุ้มครองรถเรา
พิจารณา 2+ หรือ 3+ หากยอมรับเงื่อนไขรถชนรถได้ ควรตรวจทุนประกันและดูว่าค่าซ่อมสูงสุดเพียงพอกับมูลค่ารถและค่าอะไหล่หรือไม่
รถมูลค่าไม่สูงและเจ้าของรับค่าซ่อมเองได้
พิจารณาชั้น 3 เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากความรับผิดต่อบุคคลภายนอก ซึ่งอาจสูงกว่ามูลค่ารถของเราเองหลายเท่า
รถยนต์ไฟฟ้า
นอกจากประเภทประกัน ควรตรวจเงื่อนไขแบตเตอรี่ การซ่อมหรือเปลี่ยนแบตเตอรี่ อุปกรณ์ชาร์จ การลากจูง อู่หรือศูนย์ที่รองรับรถรุ่นนั้น ผู้ขับขี่ที่ระบุ และเงื่อนไขซอฟต์แวร์หรือระบบควบคุมรถด้วย
รถรับส่งผู้โดยสาร รถส่งของ หรือใช้เชิงพาณิชย์
ต้องแจ้งลักษณะการใช้รถตามความจริง เพราะการใช้รถส่วนบุคคลกับการใช้รับจ้างหรือเชิงพาณิชย์มีความเสี่ยงและแบบประกันต่างกัน การเลือกประเภทประกันถูกแต่แจ้งลักษณะการใช้รถไม่ตรง อาจกระทบสิทธิและการพิจารณาสินไหม
จุดสำคัญในปี 2569 ที่ผู้ใช้รถควรรู้
สำนักงาน คปภ. กำหนดแนวทางกรมธรรม์รถยนต์สันดาปสำหรับรถใช้ส่วนบุคคลให้เป็นแบบระบุชื่อผู้ขับขี่ และใช้กับระบบโดยรวมตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 โดยประวัติและพฤติกรรมการขับขี่อาจมีผลต่อการคำนวณเบี้ยและส่วนลด
ก่อนต่อประกันจึงควรตรวจว่าใครเป็นผู้ขับรถเป็นประจำ รายชื่อและข้อมูลในกรมธรรม์ถูกต้องหรือไม่ และมีเงื่อนไขอย่างไรเมื่อบุคคลอื่นนำรถไปขับ ทั้งนี้ให้ยึดกรมธรรม์ที่ออกจริงและคำชี้แจงของบริษัทผู้รับประกันภัยเป็นสำคัญ
8 เรื่องที่ต้องเช็กก่อนซื้อประกันรถยนต์
- ทุนประกันและวงเงินความรับผิดต่อบุคคลภายนอก
- ความคุ้มครองต่อตัวรถและเหตุที่คุ้มครองจริง
- รถหาย ไฟไหม้ น้ำท่วม และภัยธรรมชาติ
- ซ่อมอู่หรือซ่อมศูนย์ และรายชื่อสถานที่ซ่อมที่ใช้ได้
- ค่าเสียหายส่วนแรกแบบ Deductible หรือ Excess
- รายชื่อผู้ขับขี่ อายุ ประวัติการขับขี่ และลักษณะการใช้รถ
- ความคุ้มครองตามเอกสารแนบท้าย เช่น อุบัติเหตุส่วนบุคคล ค่ารักษาพยาบาล และประกันตัวผู้ขับขี่
- ข้อยกเว้น วิธีแจ้งเหตุ เอกสารที่ต้องใช้ และช่องทางติดต่อเมื่อเกิดปัญหา
คำถามที่พบบ่อย
ประกันรถยนต์แบบไหนดีที่สุด
ไม่มีแบบใดดีที่สุดสำหรับทุกคน แบบที่เหมาะควรสอดคล้องกับมูลค่ารถ ความถี่ในการใช้รถ ความสามารถในการรับค่าซ่อมเอง ลักษณะการใช้รถ และงบประมาณ
ประกันชั้น 1 ซ่อมศูนย์ทุกกรมธรรม์หรือไม่
ไม่เสมอไป ต้องดูในหน้าตารางกรมธรรม์หรือเอกสารแนบท้ายว่าเป็นการจัดซ่อมอู่ในเครือหรือซ่อมศูนย์บริการ
ประกัน 2+ ชนเสาหรือกำแพงคุ้มครองรถเราไหม
โดยหลักความคุ้มครองต่อตัวรถของ 2+ เน้นการชนกับยานพาหนะทางบกตามเงื่อนไข จึงไม่ควรเข้าใจว่าชนวัตถุทุกชนิดแล้วรถเราจะได้รับความคุ้มครอง
ประกัน 3+ คุ้มครองรถหายหรือไฟไหม้ไหม
โดยหลักไม่คุ้มครอง เว้นแต่แบบประกันนั้นมีการเพิ่มภัยไว้และระบุในหน้าตารางหรือเอกสารแนบท้ายอย่างชัดเจน
มีประกันชั้น 1 แล้ว ยังต้องต่อ พ.ร.บ. หรือไม่
ต้องต่อ พ.ร.บ. ตามกฎหมาย เพราะ พ.ร.บ. เป็นประกันภาคบังคับ ส่วนประกันชั้น 1 เป็นประกันภาคสมัครใจและไม่ใช้แทนกัน
PA ค่ารักษาพยาบาล และประกันตัวผู้ขับขี่มีทุกแผนไหม
ต้องตรวจเอกสารแนบท้ายและวงเงินในกรมธรรม์แต่ละฉบับ เพราะจำนวนผู้ขับขี่หรือผู้โดยสารที่คุ้มครองและวงเงินอาจแตกต่างกัน
ขอคำแนะนำและเปรียบเทียบประกันรถยนต์
ประกันไทยดอทคอมให้บริการด้านประกันวินาศภัยมาตั้งแต่ พ.ศ. 2547 ช่วยเปรียบเทียบความคุ้มครองจากหลายบริษัท โดยพิจารณาจากการใช้รถ ความเสี่ยง งบประมาณ และเงื่อนไขสำคัญ ไม่ได้พิจารณาจากราคาเบี้ยเพียงอย่างเดียว
- โทร: 02-459-2223
- LINE Official: @prakanthai
- เว็บไซต์: https://www.prakanthai.com
- ฝากเช็กเบี้ย: https://www.prakanthai.com/quote
- สำนักงาน: 88/145 หมู่ 7 ตำบลบางคูเวียง อำเภอบางกรวย จังหวัดนนทบุรี 11130
- นายประเสริฐ เกียรติวีรภัทร นายหน้าประกันวินาศภัย ใบอนุญาตเลขที่ 5104000004
ประกันไทยดอทคอมเป็นผู้ให้บริการนายหน้าประกันวินาศภัย ไม่ใช่บริษัทผู้รับประกันภัย การรับประกันภัย การออกกรมธรรม์ และการพิจารณาค่าสินไหมเป็นไปตามข้อเท็จจริง แบบประกัน เงื่อนไข ข้อยกเว้น และการพิจารณาของบริษัทผู้รับประกันภัยแต่ละแห่ง ทีมงานช่วยอธิบายและประสานงาน แต่ไม่รับรองผลการพิจารณาสินไหมแทนบริษัทประกันภัย
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
- สำนักงาน คปภ. คู่มือประกันภัยฉบับประชาชน: https://www.oic.or.th/web-upload/1xff0d34e409a13ef56eea54c52a291126/202407/m_news/3035/68715/file_download/e799d2c2ed5431ba030d9aea17f7a8d2.pdf
- สำนักงาน คปภ. กรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์แบบคุ้มครองเฉพาะภัย: https://oiceservice.oic.or.th/document/Law/file/00100/00100_0f45d683a9d74e5927e1b46fa96377ee.pdf
- สำนักงาน คปภ. การปรับรูปแบบกรมธรรม์รถยนต์สันดาปและการระบุชื่อผู้ขับขี่: https://www.oic.or.th/web-upload/1xff0d34e409a13ef56eea54c52a291126/202501/m_news/217/68904/file_download/d44e0ec84e3232a55372b87e7aaf33b6.pdf
- ระบบตรวจสอบใบอนุญาตตัวแทนและนายหน้า สำนักงาน คปภ.: https://smart.oic.or.th/eservice/Home