ประกันรถยนต์มีกี่แบบ? ชั้น 1, 2+, 3+ คุ้มครองต่างกันอย่างไร

- เมื่อ : 27 กรกฎาคม 2563
- ประเภท : รอบรู้ประกัน
ประกันรถยนต์มีกี่แบบ? ชั้น 1, 2+, 3+ คุ้มครองต่างกันอย่างไร
ประกันรถยนต์มีกี่แบบ? ชั้น 1, 2+, 3+, 2, 3 และ 4 ต่างกันอย่างไร
เผยแพร่ครั้งแรก: 27 กรกฎาคม 2563
ตรวจสอบและอัปเดตล่าสุด: 9 สิงหาคม 2569
ตรวจสอบเนื้อหาโดย: ประเสริฐ เกียรติวีรภัทร นายหน้าประกันวินาศภัย ใบอนุญาตเลขที่ 5104000004 ผู้ให้บริการด้านประกันวินาศภัยมาตั้งแต่ พ.ศ. 2547
คำตอบสั้น ๆ
ประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจแบ่งเป็นประเภท 1, 2, 3, 4 และ 5 โดยแผนที่เรียกว่า 2+ และ 3+ จัดอยู่ในประเภท 5 ความต่างสำคัญคือ ประกันจะจ่ายค่าซ่อมรถของเราในเหตุใด คุ้มครองรถหาย ไฟไหม้ หรือน้ำท่วมหรือไม่ และมีเงื่อนไขเรื่องคู่กรณี ผู้ขับขี่ ค่าเสียหายส่วนแรก และสถานที่ซ่อมอย่างไร
ถ้าต้องการจำแบบสั้นที่สุด:
- ชั้น 1 คุ้มครองความเสียหายต่อตัวรถกว้างที่สุดตามเงื่อนไข
- 2+ และ 3+ คุ้มครองรถเราเมื่อชนกับยานพาหนะทางบกตามเงื่อนไขที่ระบุ
- ชั้น 2 เน้นบุคคลภายนอก พร้อมรถหายและไฟไหม้ แต่ไม่คุ้มครองค่าซ่อมรถเราจากการชน
- ชั้น 3 เน้นความรับผิดต่อบุคคลภายนอก
- ชั้น 4 คุ้มครองเฉพาะความเสียหายต่อทรัพย์สินของบุคคลภายนอกตามวงเงินในกรมธรรม์
พ.ร.บ. กับประกันรถยนต์ภาคสมัครใจไม่ใช่อย่างเดียวกัน
พ.ร.บ. เป็นประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับที่รถทุกคันต้องมีตามกฎหมาย มีหน้าที่หลักในการคุ้มครองการบาดเจ็บหรือเสียชีวิตของผู้ประสบภัยจากรถตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด แต่ไม่จ่ายค่าซ่อมรถของเราและทรัพย์สินของคู่กรณี
ส่วนประกันชั้น 1, 2+, 3+, 2, 3 และ 4 เป็น ประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ ที่ช่วยดูแลความรับผิดต่อบุคคลภายนอกและความเสียหายต่อตัวรถตามประเภทที่เลือก ดังนั้น แม้ทำประกันภาคสมัครใจแล้ว รถก็ยังต้องมี พ.ร.บ.
ตารางเดียวจบ: ประกันรถยนต์แต่ละประเภทคุ้มครองต่างกันอย่างไร
| ประเภท | ชีวิต/ร่างกายบุคคลภายนอก | ทรัพย์สินคู่กรณี | รถเราเมื่อชนรถ | รถเราเมื่อชนสิ่งของ/ไม่มีคู่กรณี | รถหาย/ไฟไหม้ | น้ำท่วม/ภัยธรรมชาติ | จุดที่ต้องรู้และเหมาะกับใคร |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| ชั้น 1 | คุ้มครองตามความรับผิดและวงเงินในกรมธรรม์ | คุ้มครองตามความรับผิดและวงเงินในกรมธรรม์ | คุ้มครอง ตามทุนและเงื่อนไข ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายถูกหรือฝ่ายผิด | คุ้มครองกว้างที่สุด เช่น ชนเสา รั้ว พลิกคว่ำ หรือไม่พบคู่กรณี แต่บางกรณีอาจมีค่าเสียหายส่วนแรก | คุ้มครอง | โดยทั่วไปคุ้มครอง ภายใต้ความเสียหายต่อตัวรถและเงื่อนไขกรมธรรม์ | เหมาะกับรถใหม่ รถมูลค่าสูง รถมีภาระสินเชื่อ รถใช้ทุกวัน หรือผู้ที่รับค่าซ่อมก้อนใหญ่เองได้ยาก ต้องตรวจทุนประกัน ผู้ขับขี่ ซ่อมอู่/ศูนย์ และค่าเสียหายส่วนแรก |
| ชั้น 2 | คุ้มครองตามความรับผิดและวงเงินในกรมธรรม์ | คุ้มครองตามความรับผิดและวงเงินในกรมธรรม์ | ไม่คุ้มครองค่าซ่อมรถเรา จากการชน | ไม่คุ้มครอง | คุ้มครอง | โดยหลักไม่คุ้มครอง เว้นแต่มีเอกสารเพิ่มความคุ้มครอง | เหมาะกับผู้ที่ยอมรับค่าซ่อมรถตัวเองจากการชนได้ แต่ยังต้องการป้องกันความเสี่ยงรถหายหรือไฟไหม้ ปัจจุบันพบขายไม่มากเท่า 2+ |
| ชั้น 3 | คุ้มครองตามความรับผิดและวงเงินในกรมธรรม์ | คุ้มครองตามความรับผิดและวงเงินในกรมธรรม์ | ไม่คุ้มครอง | ไม่คุ้มครอง | ไม่คุ้มครอง | ไม่คุ้มครอง | เหมาะกับรถอายุหลายปีหรือผู้ที่รับค่าซ่อมรถตัวเองได้ แต่ต้องการวงเงินรับผิดเมื่อทำให้ผู้อื่นบาดเจ็บหรือทรัพย์สินเสียหาย |
| ชั้น 4 | ไม่มีความคุ้มครองส่วนนี้ในประกันภาคสมัครใจประเภท 4 ต้องอาศัย พ.ร.บ. ตามสิทธิที่กฎหมายกำหนด | คุ้มครองเฉพาะทรัพย์สินบุคคลภายนอก ตามวงเงินในกรมธรรม์ | ไม่คุ้มครอง | ไม่คุ้มครอง | ไม่คุ้มครอง | ไม่คุ้มครอง | ความคุ้มครองจำกัดและพบในตลาดไม่มาก เหมาะเฉพาะผู้ที่ต้องการป้องกันความเสียหายต่อทรัพย์สินผู้อื่นในวงเงินพื้นฐาน ต้องอ่านหน้าตารางกรมธรรม์อย่างละเอียด |
| 2+ (ประเภท 5) | คุ้มครองตามพื้นฐานประเภท 2 และวงเงินในกรมธรรม์ | คุ้มครองตามพื้นฐานประเภท 2 และวงเงินในกรมธรรม์ | คุ้มครองเมื่อชนกับยานพาหนะทางบก ตามนิยามและหลักฐานที่กรมธรรม์กำหนด | โดยหลักไม่คุ้มครอง หากไม่ใช่การชนกับยานพาหนะทางบกตามเงื่อนไข | โดยหลักคุ้มครอง | ไม่ใช่ความคุ้มครองมาตรฐานของทุกแผน บางผลิตภัณฑ์เพิ่มให้ | เหมาะกับรถที่ยังมีมูลค่าและต้องการให้ประกันช่วยค่าซ่อมเมื่อรถชนรถ แต่ต้องการเบี้ยต่ำกว่าชั้น 1 ต้องตรวจทุนประกัน เงื่อนไขระบุคู่กรณี และค่าเสียหายส่วนแรก |
| 3+ (ประเภท 5) | คุ้มครองตามพื้นฐานประเภท 3 และวงเงินในกรมธรรม์ | คุ้มครองตามพื้นฐานประเภท 3 และวงเงินในกรมธรรม์ | คุ้มครองเมื่อชนกับยานพาหนะทางบก ตามนิยามและหลักฐานที่กรมธรรม์กำหนด | โดยหลักไม่คุ้มครอง หากไม่ใช่การชนกับยานพาหนะทางบกตามเงื่อนไข | โดยหลักไม่คุ้มครอง | ไม่ใช่ความคุ้มครองมาตรฐานของทุกแผน บางผลิตภัณฑ์อาจเพิ่มให้ | เหมาะกับรถอายุหลายปีที่เจ้าของยังต้องการทุนซ่อมรถตัวเองเมื่อรถชนรถ แต่ยอมรับความเสี่ยงรถหาย ไฟไหม้ และการชนแบบไม่มีคู่กรณีได้ |
ตารางนี้เป็นภาพรวมเพื่อใช้เปรียบเทียบ ความคุ้มครองจริงต้องยึดหน้าตารางกรมธรรม์ ข้อตกลงคุ้มครอง ข้อยกเว้น และเอกสารแนบท้ายของบริษัทประกันภัยแต่ละแห่งเป็นสำคัญ ความคุ้มครองอุบัติเหตุส่วนบุคคล ค่ารักษาพยาบาล และการประกันตัวผู้ขับขี่อาจมีวงเงินแตกต่างกัน จึงควรตรวจแยกจากชื่อชั้นประกัน
เลือกประกันรถยนต์แบบไหนให้เหมาะ ภายใน 30 วินาที
- ถ้ารถใหม่ มูลค่าสูง มีภาระสินเชื่อ หรือไม่ต้องการรับความเสี่ยงค่าซ่อมก้อนใหญ่ → เริ่มเปรียบเทียบ ชั้น 1
- ถ้ารถมีอายุขึ้น แต่ยังต้องการทุนซ่อมรถตัวเองเมื่อเกิดรถชนรถ และยังกังวลรถหายหรือไฟไหม้ → เปรียบเทียบ 2+
- ถ้าต้องการทุนซ่อมรถตัวเองเฉพาะกรณีรถชนรถ แต่ไม่เน้นรถหายหรือไฟไหม้ → เปรียบเทียบ 3+
- ถ้ารับค่าซ่อมรถตัวเองได้ และต้องการเน้นความรับผิดต่อบุคคลภายนอก → เปรียบเทียบ ชั้น 3
- ถ้าต้องการเฉพาะความรับผิดต่อทรัพย์สินผู้อื่นในวงเงินจำกัด → ตรวจรายละเอียด ชั้น 4 อย่างรอบคอบ
อายุรถเป็นเพียงหนึ่งปัจจัย รถอายุ 8 ปีที่ใช้เดินทางไกลทุกวันอาจต้องการความคุ้มครองมากกว่ารถอายุ 3 ปีที่จอดเป็นส่วนใหญ่ การเลือกที่เหมาะจึงควรดูมูลค่ารถ รูปแบบการใช้รถ ผู้ขับขี่ พื้นที่จอด ความเสี่ยงน้ำท่วม และความสามารถในการรับค่าซ่อมด้วยตนเองร่วมกัน
ก่อนซื้อ อย่าดูเฉพาะคำว่า “ชั้น 1” หรือ “2+”
ชื่อประเภทบอกเพียงโครงความคุ้มครอง แต่สิ่งที่ทำให้กรมธรรม์สองฉบับต่างกันจริง ๆ คือรายละเอียดต่อไปนี้
- ทุนประกันรถยนต์ เพียงพอกับมูลค่ารถหรือไม่
- วงเงินทรัพย์สินคู่กรณี เพียงพอกับความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นหรือไม่
- ผู้ขับขี่ที่ระบุชื่อ ตรงกับผู้ใช้รถจริงหรือไม่
- ลักษณะการใช้รถ เป็นรถส่วนบุคคล รับจ้าง ส่งของ หรือใช้เชิงพาณิชย์
- ซ่อมอู่หรือซ่อมศูนย์บริการ ระบุไว้แบบใด
- ค่าเสียหายส่วนแรก มีเมื่อเกิดเหตุแบบใด และเป็นจำนวนเท่าไร
- เอกสารแนบท้าย เพิ่มหรือลดความคุ้มครองน้ำท่วม ภัยธรรมชาติ อุปกรณ์ตกแต่ง หรือเรื่องอื่นหรือไม่
สำหรับกรมธรรม์รถยนต์สันดาปที่ใช้ส่วนบุคคล รูปแบบใหม่ซึ่งใช้ทั่วทั้งระบบตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 ให้ความสำคัญกับการระบุชื่อผู้ขับขี่และประวัติการขับขี่มากขึ้น ผู้ซื้อจึงควรแจ้งผู้ขับขี่ที่ใช้รถจริงและตรวจความถูกต้องในกรมธรรม์ก่อนชำระเงิน
ตัวอย่างเลือกความคุ้มครองจาก “ความเสียหายที่รับเองได้”
สมมติรถมีมูลค่า 450,000 บาท หากเกิดเหตุชนกำแพงและต้องซ่อม 120,000 บาท:
- ผู้ที่ไม่พร้อมจ่ายค่าซ่อม 120,000 บาทเอง ควรพิจารณาความคุ้มครองที่ดูแลรถตนเองได้กว้าง เช่น ชั้น 1
- ผู้ที่รับความเสี่ยงชนกำแพงเองได้ แต่ต้องการให้ประกันช่วยเมื่อรถชนรถ อาจพิจารณา 2+ หรือ 3+
- ผู้ที่มีเงินสำรองค่าซ่อมรถตนเองและต้องการป้องกันภาระจากการชนรถราคาแพงของผู้อื่น อาจพิจารณาชั้น 3 โดยให้ความสำคัญกับวงเงินทรัพย์สินคู่กรณี
หลักคิดที่เหมาะจึงไม่ใช่ “เบี้ยถูกที่สุด” แต่คือ เหตุใดที่เราไม่พร้อมรับค่าเสียหายเอง และกรมธรรม์ฉบับนั้นปิดความเสี่ยงดังกล่าวได้จริงหรือไม่
คำถามที่พบบ่อย
ประกันรถยนต์มีทั้งหมดกี่ประเภท?
ประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจมีประเภท 1, 2, 3, 4 และ 5 โดย 2+ และ 3+ เป็นแบบคุ้มครองเฉพาะภัยในประเภท 5 ซึ่งต่อยอดจากความคุ้มครองของประเภท 2 หรือประเภท 3
2+ กับ 3+ ต่างกันอย่างไร?
ทั้งสองแบบคุ้มครองความเสียหายต่อรถเราเมื่อชนกับยานพาหนะทางบกตามเงื่อนไข แต่ 2+ โดยหลักมีความคุ้มครองรถสูญหายและไฟไหม้ ขณะที่ 3+ โดยหลักไม่มี จึงต้องตรวจหน้าตารางกรมธรรม์ของแผนจริงก่อนตัดสินใจ
ประกัน 2+ หรือ 3+ คุ้มครองชนแล้วหนีหรือไม่?
ต้องดูว่ามีหลักฐานยืนยันว่าเป็นการชนกับยานพาหนะทางบกและเป็นไปตามเงื่อนไขการระบุคู่กรณีของแผนนั้นหรือไม่ หากไม่สามารถพิสูจน์ได้ ความเสียหายต่อรถเราอาจไม่เข้าเงื่อนไข 2+ หรือ 3+ ส่วนชั้น 1 โดยทั่วไปคุ้มครองความเสียหายต่อตัวรถได้กว้างกว่า แต่อาจมีค่าเสียหายส่วนแรกตามเหตุและเงื่อนไข
ประกันชั้น 1 คุ้มครองทุกอย่างหรือไม่?
ไม่ใช่ ชั้น 1 มีขอบเขตคุ้มครองตัวรถกว้างที่สุด แต่ยังมีข้อยกเว้น เงื่อนไขผู้ขับขี่ ลักษณะการใช้รถ ค่าเสียหายส่วนแรก ทุนประกัน และเงื่อนไขซ่อมอู่หรือศูนย์ที่ต้องตรวจสอบ
ประกันชั้นไหนคุ้มครองน้ำท่วม?
ชั้น 1 โดยทั่วไปคุ้มครองความเสียหายจากน้ำท่วมภายใต้ความเสียหายต่อตัวรถและเงื่อนไขกรมธรรม์ ส่วน 2+, 3+ หรือประเภทอื่นอาจคุ้มครองได้เฉพาะบางผลิตภัณฑ์ที่เพิ่มภัยน้ำท่วมไว้ จึงไม่ควรตัดสินจากชื่อชั้นเพียงอย่างเดียว
รถเก่าควรทำชั้น 3 เสมอหรือไม่?
ไม่จำเป็น ต้องดูมูลค่ารถ ค่าอะไหล่ ระยะทางที่ใช้ ที่จอดรถ ความเสี่ยงน้ำท่วม และจำนวนเงินค่าซ่อมที่เจ้าของรถรับเองได้ รถเก่าบางคันยังเหมาะกับ 2+ หรือ 3+ หากเจ้าของยังต้องการทุนซ่อมรถตัวเอง
รถ EV เลือกชั้นประกันแบบเดียวกับรถน้ำมันได้หรือไม่?
ใช้หลักเปรียบเทียบประเภทความคุ้มครองคล้ายกัน แต่รถ EV ต้องตรวจเงื่อนไขเพิ่มเติม เช่น ผู้ขับขี่ที่ระบุ ความคุ้มครองแบตเตอรี่ ระบบซอฟต์แวร์ อุปกรณ์ชาร์จ ทุนประกัน และรายชื่อศูนย์หรืออู่ที่รองรับรถรุ่นนั้น
ขอเปรียบเทียบให้เหมาะกับรถของคุณ
หากยังไม่แน่ใจว่าควรเลือกชั้น 1, 2+ หรือ 3+ ส่งข้อมูล ยี่ห้อ รุ่น ปีรถ ลักษณะการใช้งาน ผู้ขับขี่หลัก และความต้องการซ่อมอู่หรือศูนย์ ให้ทีมประกันไทยดอทคอมช่วยเปรียบเทียบทุนประกัน ความคุ้มครอง เงื่อนไข และจุดที่ต้องระวังจากหลายบริษัท
[ปรึกษาทาง LINE @prakanthai] [เช็กเบี้ยและเปรียบเทียบแผน] [โทร 02-459-2223]
ประกันไทยดอทคอมให้บริการด้านประกันวินาศภัยมาตั้งแต่ พ.ศ. 2547 มีสำนักงานและทีมงานที่ติดต่อได้จริง ช่วยดูแลตั้งแต่การเลือกความคุ้มครอง ตรวจกรมธรรม์ ไปจนถึงการประสานงานเมื่อเกิดเหตุ โดยการพิจารณารับประกันภัยและสินไหมเป็นไปตามเงื่อนไขของบริษัทประกันภัย