ทำไมเข้าซ่อมต้องสำรองจ่าย? มีประกันแล้วต้องออกเงินก่อนจริงหรือ

- เมื่อ : 24 สิงหาคม 2569
- ประเภท : รอบรู้ประกัน
ทำไมเข้าซ่อมต้องสำรองจ่าย? มีประกันแล้วต้องออกเงินก่อนจริงหรือ
ทำไมเข้าซ่อมต้องสำรองจ่าย? มีประกันแล้วต้องออกเงินก่อนจริงหรือ
ประโยคที่เจ้าของรถไม่อยากได้ยินหลังเกิดอุบัติเหตุคือ “ลูกค้าต้องสำรองจ่ายไปก่อน” เพราะหลายคนเข้าใจว่าเมื่อมีประกันรถยนต์ บริษัทประกันภัยควรเป็นผู้จ่ายค่าซ่อมทั้งหมดทันที
คำตอบสั้น ๆ คือ การนำรถเข้าซ่อมไม่ได้ทำให้ลูกค้าต้องสำรองจ่ายทุกครั้ง หากนำรถเข้าอู่ในเครือหรือศูนย์ซ่อมที่มีข้อตกลงกับบริษัทประกันภัย และรายการซ่อมได้รับอนุมัติแล้ว บริษัทประกันภัยมักชำระค่าซ่อมส่วนที่คุ้มครองให้อู่โดยตรง แต่ถ้าลูกค้าเลือกอู่นอกเครือ จัดซ่อมเอง หรือเริ่มซ่อมก่อนบริษัทอนุมัติ อาจต้องจ่ายเงินก่อนและยื่นเอกสารขอรับค่าสินไหมภายหลัง
อย่างไรก็ตาม เงินที่อู่เรียกเก็บจากลูกค้าอาจไม่ใช่ “เงินสำรองจ่ายที่เบิกคืนได้” ทั้งหมด บางส่วนอาจเป็นค่าเสียหายส่วนแรก รายการนอกความคุ้มครอง หรือส่วนต่างจากงานและอะไหล่ที่ลูกค้าเลือกเพิ่ม จึงต้องแยกแต่ละยอดให้ชัดก่อนชำระเงิน
จากประสบการณ์การประสานงานสินไหมของ ประกันไทยดอทคอม ปัญหาส่วนใหญ่มักไม่ได้เริ่มตอนซ่อม แต่เริ่มจากการตกลงกันไม่ครบก่อนซ่อมว่า อู่เป็นคู่สัญญาหรือไม่ รายการใดอนุมัติแล้ว ใครเป็นผู้ชำระ และหากมีส่วนต่างลูกค้าต้องรับผิดชอบเท่าไร
สรุปภายใน 30 วินาที
- อู่ในเครือมักวางบิลค่าซ่อมส่วนที่อนุมัติกับบริษัทประกันภัยโดยตรง
- อู่นอกเครือไม่มีข้อตกลงด้านการชำระเงินกับบริษัทประกันภัย จึงอาจเรียกเก็บจากเจ้าของรถก่อน
- อย่าเริ่มซ่อมจนกว่าจะทราบรายการและยอดที่บริษัทประกันภัยอนุมัติ
- เงินสำรองจ่ายอาจเบิกคืนได้ตามยอดที่บริษัทพิจารณา แต่ค่าเสียหายส่วนแรกและส่วนต่างบางรายการอาจเบิกคืนไม่ได้
- ศูนย์บริการหรือ “ซ่อมห้าง” ไม่ได้แปลว่าเป็นศูนย์ในเครือของทุกบริษัทประกันภัย ต้องตรวจสอบเป็นรายบริษัทและรายกรมธรรม์
- ผู้อนุมัติความคุ้มครองและค่าสินไหมคือบริษัทผู้รับประกันภัย นายหน้าหรืออู่ช่วยประสานงานได้ แต่ไม่ใช่ผู้มีอำนาจอนุมัติแทนบริษัท
“สำรองจ่าย” ต่างจาก “จ่ายส่วนต่าง” อย่างไร
สองคำนี้ให้ผลกับเงินในกระเป๋าต่างกันมาก แต่ลูกค้ามักได้รับคำอธิบายรวมกัน
| ประเภทเงินที่จ่าย | ความหมาย | มีโอกาสเบิกคืนหรือไม่ |
|---|---|---|
| เงินสำรองจ่าย | ลูกค้าจ่ายค่าซ่อมไปก่อน แล้วนำเอกสารไปขอรับค่าสินไหม | มีโอกาสได้รับคืนตามความคุ้มครอง ยอดที่บริษัทเห็นชอบ และเอกสารที่ครบถ้วน |
| ค่าเสียหายส่วนแรก | จำนวนเงินที่ผู้เอาประกันภัยต้องรับผิดชอบตามเงื่อนไขกรมธรรม์หรือเหตุที่เกิดขึ้น | โดยทั่วไปไม่ใช่ยอดที่นำไปเบิกคืนจากกรมธรรม์เดียวกัน |
| ส่วนต่างค่าซ่อม | ราคาที่อู่เรียกเก็บสูงกว่ายอดที่บริษัทอนุมัติ หรือเป็นรายการที่ตกลงให้ลูกค้ารับผิดชอบ | โดยทั่วไปลูกค้าเป็นผู้รับผิดชอบ เว้นแต่จะตกลงกับบริษัทหรืออู่ได้เป็นอย่างอื่น |
| งานนอกเคลม | ความเสียหายเดิม งานบำรุงรักษา หรือรายการที่ไม่เกี่ยวกับอุบัติเหตุครั้งที่แจ้ง | ไม่อยู่ในค่าสินไหมของเหตุครั้งนั้น |
| งานหรืออะไหล่ที่เลือกเพิ่ม | การอัปเกรด เปลี่ยนรุ่น หรือทำงานเกินกว่าการคืนสภาพความเสียหาย | ส่วนที่เพิ่มขึ้นมักเป็นค่าใช้จ่ายของลูกค้า |
คำถามที่ต้องถามอู่จึงไม่ใช่เพียง “ต้องจ่ายเท่าไร” แต่ต้องถามว่า ยอดใดเป็นเงินสำรองจ่าย ยอดใดเป็นค่าเสียหายส่วนแรก และยอดใดเป็นส่วนต่างที่เบิกคืนไม่ได้
ทำไมอู่จึงให้ลูกค้าสำรองจ่าย
1. อู่ไม่ได้เป็นคู่สัญญากับบริษัทประกันภัย
อู่ในเครือมีระบบส่งรายการซ่อม ขออนุมัติ และวางบิลกับบริษัทประกันภัยตามข้อตกลงที่มีร่วมกัน แต่อู่นอกเครือไม่มีสัญญาด้านการชำระเงินดังกล่าว เมื่อเจ้าของรถเป็นผู้สั่งซ่อม อู่จึงอาจเรียกเก็บเงินจากเจ้าของรถโดยตรง แล้วให้เจ้าของรถนำเอกสารไปเรียกร้องจากบริษัทประกันภัยภายหลัง
ประเด็นสำคัญคือ สัญญาว่าจ้างซ่อมระหว่างลูกค้ากับอู่ และสิทธิเรียกร้องค่าสินไหมจากบริษัทประกันภัย เป็นคนละความสัมพันธ์กัน หากบริษัทประกันภัยไม่ได้ตกลงชำระให้อู่โดยตรง อู่ย่อมต้องการผู้รับผิดชอบค่าซ่อมที่ชัดเจน
2. บริษัทประกันภัยยังไม่ได้อนุมัติรายการหรือราคาซ่อม
ก่อนรับผิดชอบค่าซ่อม บริษัทประกันภัยต้องตรวจสอบว่าเหตุอยู่ในระยะเวลาคุ้มครองหรือไม่ ความเสียหายสัมพันธ์กับอุบัติเหตุครั้งที่แจ้งหรือไม่ ควรซ่อมหรือเปลี่ยนชิ้นส่วน และราคาค่าแรงกับอะไหล่เหมาะสมเพียงใด
หากอู่เริ่มงานก่อนการตรวจหรือก่อนอนุมัติ อาจเกิดข้อโต้แย้งภายหลังว่าความเสียหายบางรายการไม่ได้เกิดจากเหตุครั้งนั้น หรือราคาสูงกว่ายอดที่บริษัทเห็นชอบ ลูกค้าจึงเสี่ยงต้องรับผิดชอบส่วนต่างเอง
3. ลูกค้าเลือกศูนย์หรืออู่ที่ไม่ตรงกับสิทธิซ่อมในกรมธรรม์
คำว่า “ซ่อมห้าง” หมายถึงสิทธิซ่อมกับศูนย์บริการตามเงื่อนไขของแผนประกัน แต่ไม่ได้หมายความว่าศูนย์บริการทุกแห่งจะวางบิลตรงกับทุกบริษัท ส่วนกรมธรรม์ “ซ่อมอู่” หากลูกค้าเลือกเข้าศูนย์บริการ อาจมีค่าแรง ค่าอะไหล่ หรือส่วนต่างที่สูงกว่ายอดซ่อมอู่ที่บริษัทรับผิดชอบ
จึงต้องตรวจทั้งสองเรื่องพร้อมกัน คือ กรมธรรม์ให้สิทธิซ่อมแบบใด และสถานที่ซ่อมนั้นอยู่ในเครือของบริษัทประกันภัยหรือไม่
4. มีค่าเสียหายส่วนแรกหรือเงื่อนไขร่วมรับผิด
บางกรมธรรม์กำหนดค่าเสียหายส่วนแรกไว้ หรือข้อเท็จจริงของเหตุทำให้ผู้เอาประกันภัยต้องรับผิดชอบบางส่วน จำนวนเงินและกรณีที่เรียกเก็บต้องพิจารณาจากตารางกรมธรรม์ เอกสารแนบท้าย และข้อเท็จจริงของอุบัติเหตุ ไม่ควรสรุปจากคำบอกเล่าหรือจำนวนเงินมาตรฐานเพียงอย่างเดียว
5. มีความเสียหายเดิมหรืองานที่ไม่เกี่ยวกับเหตุเคลม
หากรถมีรอยเดิม อะไหล่เสื่อมตามการใช้งาน หรือลูกค้าขอให้อู่ทำงานบำรุงรักษาเพิ่ม บริษัทประกันภัยอาจรับผิดเฉพาะส่วนที่เกิดจากอุบัติเหตุซึ่งอยู่ในความคุ้มครอง ส่วนงานอื่นเป็นค่าใช้จ่ายของเจ้าของรถ
6. เอกสารหรือข้อเท็จจริงยังไม่ครบ
กรณีเหตุไม่ชัด ไม่มีหลักฐานเพียงพอ เอกสารสิทธิไม่ครบ หรือมีประเด็นต้องตรวจสอบเพิ่มเติม บริษัทประกันภัยอาจยังไม่สามารถยืนยันยอดชดใช้ได้ ลูกค้าที่ต้องการซ่อมทันทีจึงอาจต้องออกเงินก่อน แต่ควรขอให้บริษัทแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษรว่าต้องส่งเอกสารใดเพิ่ม และยอดใดได้รับอนุมัติแล้ว
อู่ในเครือ อู่นอกเครือ และศูนย์บริการ ใครจ่ายค่าซ่อม
| สถานการณ์ | วิธีชำระที่พบบ่อย | สิ่งที่ลูกค้าต้องเช็ก |
| อู่ในเครือและรายการซ่อมอนุมัติแล้ว | บริษัทประกันภัยชำระค่าซ่อมส่วนที่คุ้มครองให้อู่โดยตรง | ค่าเสียหายส่วนแรก งานนอกเคลม และส่วนต่างที่อาจมี |
| อู่นอกเครือที่บริษัทอนุญาตให้จัดซ่อม | ลูกค้าอาจสำรองจ่าย แล้วนำเอกสารเบิกตามยอดที่เห็นชอบ | ต้องมีใบประเมินและยอดอนุมัติก่อนเริ่มซ่อม |
| ศูนย์บริการที่อยู่ในเครือและกรมธรรม์มีสิทธิซ่อมห้าง | มักวางบิลตรงตามรายการที่อนุมัติ | ศูนย์นั้นอยู่ในรายชื่อของบริษัทและรุ่นรถได้รับสิทธิหรือไม่ |
| ศูนย์บริการที่ไม่อยู่ในเครือ หรือกรมธรรม์เป็นซ่อมอู่ | อาจต้องสำรองจ่ายหรือรับผิดชอบส่วนต่าง | ขอเปรียบเทียบยอดที่บริษัทรับผิดกับราคาศูนย์ก่อนซ่อม |
| ซ่อมก่อนแจ้งหรือก่อนตรวจความเสียหาย | ลูกค้ารับความเสี่ยงเรื่องยอดที่ไม่ได้รับอนุมัติ | เก็บหลักฐานทั้งหมดและติดต่อบริษัททันที แต่ไม่ควรคาดหมายว่าจะได้คืนเต็ม |
ข้อควรจำ: ชื่อเสียงของอู่กับสถานะ “อู่ในเครือ” เป็นคนละเรื่อง อู่ที่ดีมากอาจไม่ใช่อู่ในเครือของบริษัทที่คุณทำประกันอยู่ และอู่เดียวกันอาจเป็นคู่สัญญากับบางบริษัท แต่ไม่เป็นคู่สัญญากับอีกบริษัทหนึ่ง
ในมุมกฎหมาย บริษัทประกันภัยให้สำรองจ่ายได้หรือไม่
ไม่มีกฎทั่วไปที่กำหนดว่า ผู้เอาประกันภัยรถยนต์ทุกคนต้องสำรองค่าซ่อมก่อนเสมอ วิธีชำระค่าซ่อมขึ้นอยู่กับกรมธรรม์ ความคุ้มครอง ข้อตกลงการจัดซ่อม สถานะของอู่ และการอนุมัติค่าสินไหมในเคสนั้น
บริษัทประกันภัยมีหน้าที่พิจารณาและชดใช้ความเสียหายที่อยู่ในขอบเขตกรมธรรม์ แต่บริษัทมีสิทธิตรวจสอบสาเหตุ ความเสียหาย รายการซ่อม และจำนวนค่าสินไหมก่อนชำระ การมีประกันจึงไม่ได้หมายความว่าบริษัทต้องจ่ายตามใบเสนอราคาหรือใบเสร็จของอู่ทุกจำนวนโดยไม่มีการตรวจสอบ
ในทางกลับกัน หากความเสียหายอยู่ในความคุ้มครองและบริษัทอนุมัติจัดซ่อมแล้ว ลูกค้ามีสิทธิขอคำอธิบายว่าเหตุใดจึงถูกเรียกเก็บเงิน รายการใดบริษัทรับผิด รายการใดลูกค้ารับผิด และอาศัยเงื่อนไขใด ไม่ควรได้รับเพียงคำตอบกว้าง ๆ ว่า “เป็นนโยบายบริษัท” โดยไม่มีรายละเอียดของเคส
แบบและข้อความกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่นายทะเบียนกำหนด ปัจจุบันสมาคมประกันวินาศภัยไทยเผยแพร่คำสั่งนายทะเบียนที่เกี่ยวข้องกับกรมธรรม์รถยนต์และรถยนต์ไฟฟ้าไว้ให้ตรวจสอบ ส่วนขั้นตอนรับรถซ่อมและการชำระเงินอาจแตกต่างกันตามบริษัทและเครือข่ายอู่
บทบาทของประกันไทยดอทคอม: เราช่วยตรวจเอกสาร อธิบายสิทธิ และประสานข้อเท็จจริงระหว่างลูกค้า อู่ และบริษัทประกันภัย แต่ผู้พิจารณาความคุ้มครองและอนุมัติค่าสินไหมคือบริษัทผู้รับประกันภัยตามกรมธรรม์
ก่อนอนุมัติซ่อม ต้องถาม 7 ข้อนี้
- กรมธรรม์ของรถคันนี้เป็นซ่อมอู่หรือซ่อมห้าง
- อู่หรือศูนย์ที่เลือกอยู่ในเครือของบริษัทประกันภัยสำหรับกรมธรรม์นี้หรือไม่
- รายการซ่อมและราคาใดได้รับอนุมัติแล้ว
- มีรายการใดรอตรวจ รออะไหล่ หรือยังไม่อนุมัติ
- ลูกค้าต้องชำระเงินจำนวนเท่าไร และแต่ละยอดเป็นค่าอะไร
- หากเป็นเงินสำรองจ่าย บริษัทรับพิจารณาเบิกคืนไม่เกินยอดใด ใช้เอกสารอะไร และยื่นที่ไหน
- หากอู่พบความเสียหายเพิ่มหลังรื้อรถ ต้องหยุดรออนุมัติก่อนทำงานเพิ่มหรือไม่
ขอให้บันทึกคำตอบไว้ใน LINE อีเมล เอกสารอนุมัติ หรือเอกสารรับรถ เพราะหลักฐานที่ชัดเจนช่วยลดข้อโต้แย้งได้ดีกว่าการตกลงด้วยวาจา
เอกสารที่ควรเก็บ หากต้องสำรองจ่าย
- ใบเคลม ใบรับรองความเสียหาย หรือเลขที่เคลม
- ใบประเมินราคาซ่อมและรายการที่บริษัทอนุมัติ
- ภาพถ่ายความเสียหายก่อนซ่อม ระหว่างซ่อม และหลังซ่อม
- ใบเสร็จรับเงินและใบกำกับภาษีฉบับถูกต้องจากอู่
- หลักฐานการชำระเงิน
- สำเนากรมธรรม์ ตารางกรมธรรม์ และเอกสารแนบท้ายที่เกี่ยวข้อง
- สำเนาบัตรประชาชนและสำเนาทะเบียนรถตามที่บริษัทขอ
- หน้าสมุดบัญชีหรือข้อมูลบัญชีสำหรับรับเงิน
- หนังสือมอบอำนาจ หากผู้ดำเนินการไม่ใช่ผู้มีสิทธิ
รายการเอกสารอาจแตกต่างกันตามบริษัท ฐานะผู้เรียกร้อง และลักษณะความเสียหาย จึงควรขอเช็กลิสต์จากบริษัทประกันภัยก่อนชำระเงิน ไม่ควรอาศัยเอกสารจากอู่เพียงฝ่ายเดียว
ตัวอย่างให้เห็นภาพ
กรณีที่ 1: เข้าซ่อมอู่ในเครือ
รถเกิดอุบัติเหตุ มีใบเคลม และนำเข้าอู่ในเครือ อู่ส่งรายการให้บริษัทอนุมัติแล้ว กรณีนี้บริษัทมักชำระค่าซ่อมส่วนที่คุ้มครองให้อู่โดยตรง ลูกค้าชำระเฉพาะค่าเสียหายส่วนแรก งานนอกเคลม หรือส่วนต่างที่ตกลงไว้ หากไม่มีรายการดังกล่าวก็โดยทั่วไปไม่ต้องสำรองค่าซ่อมเต็มจำนวน
กรณีที่ 2: เลือกอู่ประจำซึ่งอยู่นอกเครือ
ลูกค้าต้องการซ่อมกับอู่ที่ไว้ใจ อู่เสนอราคา 60,000 บาท แต่บริษัทเห็นชอบ 48,000 บาท ก่อนซ่อมต้องตกลงให้ชัดว่าบริษัทจะจ่ายตรงให้อู่หรือให้ลูกค้าสำรองจ่าย และส่วนต่าง 12,000 บาทจะเจรจาปรับรายการหรือเป็นภาระของใคร ห้ามตีความว่าสำรองจ่าย 60,000 บาทแล้วจะได้รับคืนเต็มโดยอัตโนมัติ
กรณีที่ 3: กรมธรรม์ซ่อมอู่ แต่ลูกค้าเลือกเข้าศูนย์
บริษัทอาจรับผิดตามวิธีและราคาซ่อมที่สอดคล้องกับสิทธิในกรมธรรม์ ส่วนราคาที่สูงขึ้นจากการเลือกศูนย์อาจเป็นส่วนต่างของลูกค้า ต้องขอยอดเปรียบเทียบและยืนยันเป็นลายลักษณ์อักษรก่อนเปิดงาน
ถ้าถูกเรียกให้จ่ายเงินหน้าอู่ ควรทำอย่างไร
- ขอใบแจ้งยอดแยกทุกรายการ อย่ารับเพียงยอดรวม
- โทรยืนยันกับฝ่ายสินไหมของบริษัทประกันภัยหรือผู้ประสานงานที่ระบุในใบเคลม
- ขอเอกสารหรือข้อความยืนยันยอดที่บริษัทอนุมัติ
- ถามว่ายอดใดเบิกคืนได้ ยอดใดเป็นภาระของลูกค้า และเพราะเหตุใด
- หากยังมีข้อโต้แย้ง อย่าเพิ่งลงนามยอมรับยอดหรือสละสิทธิโดยไม่เข้าใจข้อความ
- ติดต่อประกันไทยดอทคอมเพื่อช่วยตรวจข้อมูลและประสานก่อนชำระ หากกรมธรรม์หรือเคสอยู่ในความดูแลของเรา
หากติดต่อบริษัทและประสานงานแล้วแต่ยังไม่ได้รับคำชี้แจงที่ชัดเจน สามารถขอคำปรึกษาจากสำนักงาน คปภ. สายด่วน 1186 หรือใช้ระบบรับเรื่องร้องเรียนของ คปภ. โดยควรเตรียมกรมธรรม์ ใบเคลม ใบประเมินราคา ใบเสร็จ ภาพถ่าย และหลักฐานการติดต่อให้พร้อม
คำถามที่พบบ่อย
มีประกันชั้น 1 แล้วทำไมยังต้องสำรองจ่าย
ประกันชั้น 1 ให้ความคุ้มครองกว้าง แต่ไม่ได้กำหนดว่าทุกอู่ต้องให้เครดิตกับบริษัทประกันภัย หากเลือกอู่นอกเครือ ศูนย์ที่ไม่ใช่คู่สัญญา ซ่อมก่อนอนุมัติ หรือมีรายการนอกความคุ้มครอง ลูกค้าอาจต้องสำรองจ่ายหรือรับผิดชอบบางส่วน
อู่ในเครือต้องสำรองจ่ายไหม
โดยทั่วไป อู่ในเครือจะวางบิลค่าซ่อมส่วนที่บริษัทอนุมัติโดยตรง ลูกค้าจึงมักไม่ต้องสำรองค่าซ่อมเต็มจำนวน แต่ยังอาจมีค่าเสียหายส่วนแรก งานนอกเคลม หรือส่วนต่างตามที่ตกลงไว้
ซ่อมห้างต้องสำรองจ่ายไหม
ไม่จำเป็นต้องสำรองทุกกรณี ต้องดูว่ากรมธรรม์มีสิทธิซ่อมห้างหรือไม่ และศูนย์บริการนั้นอยู่ในเครือของบริษัทหรือไม่ หากสิทธิไม่ตรงหรือศูนย์ไม่รับวางบิล อาจต้องสำรองจ่ายหรือชำระส่วนต่าง
ซ่อมอู่นอกเครือแล้วเบิกคืนได้เต็มไหม
ไม่ควรคาดหมายว่าจะได้คืนเต็มตามใบเสร็จ บริษัทประกันภัยพิจารณาตามความคุ้มครอง ความเสียหายจริง ความเหมาะสมของราคา ยอดที่อนุมัติ และเอกสารประกอบ จึงควรยืนยันวงเงินก่อนซ่อม
ซ่อมรถไปก่อนแล้วค่อยแจ้งประกันได้ไหม
การซ่อมก่อนแจ้งหรือก่อนตรวจความเสียหายมีความเสี่ยงสูง เพราะบริษัทอาจตรวจสอบสาเหตุ รายการ และราคาไม่ได้ครบ หากไม่ใช่กรณีฉุกเฉิน ควรแจ้งเคลมและรอแนวทางก่อนเริ่มซ่อม
กฎหมายบังคับให้ลูกค้าต้องสำรองค่าซ่อมหรือไม่
ไม่มีกฎทั่วไปที่บังคับให้ผู้เอาประกันภัยทุกคนต้องสำรองค่าซ่อม วิธีชำระขึ้นอยู่กับกรมธรรม์ การอนุมัติค่าสินไหม และข้อตกลงระหว่างบริษัทประกันภัยกับอู่ในเคสนั้น
ใครเป็นผู้อนุมัติว่าค่าซ่อมเบิกได้เท่าไร
บริษัทผู้รับประกันภัยเป็นผู้พิจารณาความคุ้มครองและค่าสินไหมตามกรมธรรม์ อู่จัดทำรายการและราคา ส่วนนายหน้าประกันภัยช่วยอธิบายและประสานงาน แต่ไม่สามารถอนุมัติแทนบริษัทได้
มุมมองจากประกันไทยดอทคอม
การเลือกประกันรถยนต์ไม่ควรดูเฉพาะเบี้ยต่ำที่สุด แต่ควรถามต่อว่า ซ่อมที่ไหน ต้องสำรองจ่ายไหม มีค่าเสียหายส่วนแรกหรือไม่ และเมื่อเกิดเหตุใครช่วยประสานงาน เพราะความคุ้มค่าของประกันจะเห็นชัดที่สุดในวันที่ต้องใช้สิทธิ
ประกันไทยดอทคอมดำเนินธุรกิจประกันภัยตั้งแต่ พ.ศ. 2547 เราให้ความสำคัญกับการอธิบายสิทธิและข้อจำกัดตามกรมธรรม์อย่างตรงไปตรงมา รวมถึงช่วยประสานงานระหว่างลูกค้า อู่ และบริษัทประกันภัย เพื่อให้ทุกฝ่ายใช้ข้อมูลชุดเดียวกันก่อนตัดสินใจซ่อม
หากรถของคุณกำลังจะเข้าซ่อม ส่งข้อมูล 4 อย่างนี้ให้ทีมงานตรวจสอบเบื้องต้นได้:
- รูปความเสียหาย
- ใบเคลมหรือเลขที่เคลม
- ชื่อบริษัทประกันภัยและเลขกรมธรรม์
- ชื่ออู่หรือศูนย์ที่ต้องการเข้าซ่อม
ติดต่อประกันไทยดอทคอม
โทร. 02-459-2223
LINE Official: @prakanthai
เว็บไซต์: www.prakanthai.com
ประกันไทยดอทคอมช่วยตรวจข้อมูลและประสานงานตามเอกสารที่ได้รับ การรับประกันภัย การพิจารณาความคุ้มครอง และการจ่ายค่าสินไหมเป็นอำนาจของบริษัทผู้รับประกันภัยตามข้อกำหนด เงื่อนไข และข้อยกเว้นของกรมธรรม์