ส่วนลดประกันรถยนต์ 2569 มีอะไรบ้าง? ลดจริงกี่เปอร์เซ็นต์

- เมื่อ : 6 ตุลาคม 2563
- ประเภท : รอบรู้ประกัน
ส่วนลดประกันรถยนต์ 2569 มีอะไรบ้าง? ลดจริงกี่เปอร์เซ็นต์
ส่วนลดประกันรถยนต์ 2569 มีอะไรบ้าง? เข้าใจให้ถูกก่อนดูว่า “ลดกี่เปอร์เซ็นต์”
เวลาซื้อหรือต่อประกันรถยนต์ เรามักเห็นคำว่า ส่วนลดประวัติดี ส่วนลดผู้ขับขี่ ส่วนลดพฤติกรรมการขับขี่ หรือติดกล้องรถยนต์ลดเบี้ย 5–10%
แต่ส่วนลดเหล่านี้ ไม่ใช่ส่วนลดประเภทเดียวกัน และไม่ควรนำเปอร์เซ็นต์มาบวกกันตรง ๆ
โดยเฉพาะปี 2569 มีการปรับหลักเกณฑ์กรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์สำหรับรถยนต์สันดาป ซึ่งทำให้เรื่อง การระบุชื่อผู้ขับขี่และพฤติกรรมการขับขี่ มีความสำคัญต่อการคำนวณเบี้ยมากขึ้น
ดังนั้นคำถามที่ควรถามก่อนซื้อประกันจึงไม่ใช่เพียง
“ลดให้กี่เปอร์เซ็นต์?”
แต่ควรถามว่า
“หลังคำนวณทุกอย่างแล้ว เบี้ยสุดท้ายเท่าไร ได้ทุนเท่าไร และได้รับความคุ้มครองอะไร?”
ปี 2569 การระบุชื่อผู้ขับขี่สำคัญอย่างไร?
หลักเกณฑ์กรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์รูปแบบใหม่สำหรับรถยนต์สันดาปส่วนบุคคลกำหนดการระบุชื่อผู้ขับขี่ และสามารถแจ้งรายชื่อผู้ขับขี่ได้สูงสุด 5 คน
หากมีผู้ขับขี่มากกว่า 1 คน การกำหนดระดับพฤติกรรมการขับขี่จะใช้ผู้ขับขี่ที่มีระดับความเสี่ยงสูงที่สุดเป็นเกณฑ์ในการคำนวณตามหลักเกณฑ์
ดังนั้นการระบุชื่อผู้ขับขี่จึงไม่ควรถูกมองเพียงว่าเป็นช่องข้อมูลเพิ่มเติมในกรมธรรม์ แต่เป็นข้อมูลที่มีความสัมพันธ์กับการประเมินความเสี่ยงและอัตราเบี้ยประกันภัย
ระบุชื่อผู้ขับขี่แล้วได้ส่วนลด 40% เลยหรือไม่?
ไม่ใช่
นี่เป็นจุดที่ผู้บริโภคควรเข้าใจให้ชัดที่สุด
คำว่า “ส่วนลดสูงสุด 40%” เป็นส่วนลดที่เกี่ยวข้องกับ พฤติกรรมการขับขี่ตามหลักเกณฑ์ ไม่ได้หมายความว่าเพียงแจ้งชื่อผู้ขับขี่แล้วจะได้รับส่วนลด 40% ทันที
คปภ. ระบุว่า หลักเกณฑ์ใหม่ให้ส่วนลดตามพฤติกรรมการขับขี่ได้สูงสุด 40% สำหรับผู้ขับขี่ที่มีประวัติขับขี่ดีและไม่มีการเรียกร้องค่าสินไหมตามเกณฑ์ที่กำหนด
อัตราส่วนลดที่ได้รับจริงจึงต้องพิจารณาจากข้อมูลและหลักเกณฑ์ของผู้ขับขี่แต่ละราย ไม่ควรนำคำว่า “สูงสุด 40%” ไปใช้เป็นราคาส่วนลดที่ทุกคนจะได้รับ
ส่วนลดพฤติกรรมการขับขี่คิดอย่างไร?
หลักเกณฑ์ใหม่ให้ความสำคัญกับประวัติการขับขี่ในช่วงที่ผ่านมา
หากผู้ขับขี่มีเหตุจากความประมาทในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา บริษัทจะนำข้อมูลดังกล่าวมาประกอบการกำหนดระดับพฤติกรรมการขับขี่ตามหลักเกณฑ์
แต่เหตุบางประเภทที่ไม่ได้เกิดจากความประมาทในการขับขี่ เช่น ความเสียหายจากภัยธรรมชาติ น้ำท่วม หรือการถูกกลั่นแกล้ง ไม่ได้ถูกนำมาพิจารณาในลักษณะเดียวกันตามเงื่อนไขที่กำหนด
จึงควรให้บริษัทประกันภัยตรวจสอบข้อมูลจริงก่อนสรุปว่าผู้ขับขี่จะได้รับส่วนลดเท่าใด
แล้วส่วนลดติดกล้องรถยนต์ 5–10% ยังมีอยู่หรือไม่?
มีหลักเกณฑ์รองรับอยู่
คำสั่งนายทะเบียนที่ 8/2560 กำหนดให้บริษัทประกันภัยให้ส่วนลดสำหรับกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจแก่รถที่ติดตั้งระบบกล้องโทรทัศน์วงจรปิด หรือกล้องติดรถยนต์ ตามเงื่อนไข
อัตราส่วนลดอยู่ที่ 5–10% ของเบี้ยประกันภัยสุทธิ
ผู้เอาประกันภัยต้องแสดงหลักฐานภาพถ่ายการติดตั้งกล้องกับรถคันที่เอาประกันภัยในเวลาทำสัญญา และต้องติดตั้งกล้องไว้ตลอดระยะเวลาประกันภัย
จุดที่มักเข้าใจผิด
คำว่า “ลด 5–10%” ไม่ได้หมายความว่านำยอดเงินสุดท้ายที่เห็นในใบเสนอราคามาลดอีก 5–10% เสมอไป
เพราะคำสั่งกำหนดฐานไว้ที่ เบี้ยประกันภัยสุทธิ
ดังนั้นก่อนสรุปราคา ควรตรวจสอบกับบริษัทหรือนายหน้าว่าใบเสนอราคานั้นได้คำนวณส่วนลดกล้องไว้แล้วหรือยัง
ส่วนลดกล้องติดรถ กับส่วนลดพฤติกรรมการขับขี่ เป็นเรื่องเดียวกันไหม?
ไม่ใช่
ควรแยกให้ออกเป็น 2 เรื่อง
กล้องติดรถยนต์
เป็นส่วนลดตามหลักเกณฑ์สำหรับรถที่ติดตั้งกล้องตามเงื่อนไข โดยมีอัตรา 5–10% ของเบี้ยประกันภัยสุทธิ
พฤติกรรมการขับขี่
เป็นการนำประวัติและระดับพฤติกรรมของผู้ขับขี่ที่ระบุชื่อมาประกอบการคำนวณเบี้ย โดยหลักเกณฑ์ใหม่เปิดให้มีส่วนลดสูงสุด 40% ตามเงื่อนไข
จึงไม่ควรนำตัวเลข 40% + 10% = ลด 50% ไปใช้คำนวณราคาเอง
ฐานคำนวณ ลำดับการคำนวณ และเงื่อนไขของส่วนลดแต่ละประเภทอาจแตกต่างกัน
ส่วนลดประวัติดี ยังสำคัญหรือไม่?
ประวัติการเรียกร้องค่าสินไหมและพฤติกรรมการขับขี่ยังคงเป็นข้อมูลสำคัญในการประเมินความเสี่ยงและเบี้ยประกันภัย
แต่ในปี 2569 ผู้บริโภคควรทำความเข้าใจระบบใหม่ให้มากกว่าเดิม เพราะเรื่อง ผู้ขับขี่ที่ระบุชื่อ + ประวัติ/พฤติกรรมการขับขี่ + การเรียกร้องค่าสินไหม มีความสัมพันธ์กันในการกำหนดเบี้ยตามหลักเกณฑ์ใหม่
ดังนั้นไม่ควรใช้คำว่า “ประวัติดีลดกี่เปอร์เซ็นต์” โดยไม่ตรวจสอบว่ากรมธรรม์และข้อมูลผู้ขับขี่ของตนเข้าเกณฑ์ใด
ทำไมมีส่วนลดหลายอย่าง แต่เบี้ยยังอาจแพงกว่าที่อื่น?
เพราะ เปอร์เซ็นต์ส่วนลดไม่ใช่ราคาสุดท้าย
เบี้ยประกันรถยนต์ยังขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น
- ยี่ห้อและรุ่นรถ
- อายุรถ
- ทุนประกันภัย
- ประเภทความคุ้มครอง
- ซ่อมศูนย์หรือซ่อมอู่
- ข้อมูลผู้ขับขี่
- ประวัติการขับขี่และการเรียกร้องค่าสินไหม
- ค่าเสียหายส่วนแรก
- เงื่อนไขและการรับประกันภัยของแต่ละบริษัท
จึงเป็นไปได้ที่ข้อเสนอซึ่งระบุ “ส่วนลดเปอร์เซ็นต์สูงกว่า” จะมีเบี้ยสุดท้ายแพงกว่าข้อเสนออีกบริษัทหนึ่ง
อย่าดูแค่ “ลดกี่เปอร์เซ็นต์” ให้เปรียบเทียบ 7 เรื่องนี้
ก่อนตัดสินใจซื้อประกันรถยนต์ ควรเปรียบเทียบอย่างน้อย 7 เรื่อง
1. เบี้ยสุดท้ายที่ต้องจ่าย
หลังคำนวณส่วนลดและเงื่อนไขต่าง ๆ แล้ว
2. ทุนประกันภัย
ราคาถูกกว่าแต่ทุนต่ำกว่ามาก อาจไม่ได้คุ้มกว่าสำหรับคุณ
3. ความคุ้มครองรถของเรา
โดยเฉพาะเมื่อเปรียบเทียบชั้น 1, 2+ และ 3+
4. ความรับผิดต่อบุคคลภายนอก
ตรวจทั้งชีวิต ร่างกาย และทรัพย์สิน
5. ซ่อมศูนย์หรือซ่อมอู่
ราคาใกล้กันไม่ได้หมายความว่าเงื่อนไขการซ่อมเหมือนกัน
6. ค่าเสียหายส่วนแรก
ตรวจว่ามี Deductible หรือ Excess หรือไม่ และเกิดขึ้นภายใต้เงื่อนไขใด
7. ข้อยกเว้นและเงื่อนไขสำคัญ
โดยเฉพาะข้อเสนอที่มีราคาหรือความคุ้มครองแตกต่างจากตลาดมาก
ตัวอย่างง่าย ๆ: ราคาถูกกว่า ไม่ได้แปลว่าคุ้มกว่าทุกคน
สมมติมีข้อเสนอ 2 รายการ
ข้อเสนอ A
เบี้ยสุดท้าย 18,500 บาท
ทุนประกัน 600,000 บาท
ซ่อมอู่
ข้อเสนอ B
เบี้ยสุดท้าย 19,500 บาท
ทุนประกัน 750,000 บาท
ซ่อมศูนย์
A ถูกกว่า 1,000 บาท
แต่ไม่ได้หมายความว่า A ดีกว่า B หรือ B ดีกว่า A โดยอัตโนมัติ
หากลูกค้าต้องการซ่อมศูนย์และให้ความสำคัญกับทุนที่สูงกว่า B อาจเหมาะกว่า
แต่หากรถมีอายุแล้ว เจ้าของไม่ได้ต้องการซ่อมศูนย์ และทุน 600,000 บาทเหมาะกับมูลค่ารถ A ก็อาจตอบโจทย์กว่า
ประกันที่เหมาะจึงต้องดูทั้ง “ราคา” และ “สิ่งที่ได้รับจากราคานั้น”
มุมมองของประกันไทยดอทคอม: เปรียบเทียบราคาได้ แต่ต้องเปรียบเทียบให้ครบ
ผู้บริโภคยุคนี้ตรวจสอบราคาได้ง่าย และการเปรียบเทียบราคาก่อนซื้อเป็นเรื่องที่ควรทำ
แต่สิ่งที่ประกันไทยดอทคอมอยากให้เพิ่มอีกหนึ่งคำถามคือ
“ราคานี้ให้ความคุ้มครองอะไร?”
แทนที่จะถามเพียง
“ลดได้อีกกี่เปอร์เซ็นต์?”
เพราะท้ายที่สุด สิ่งที่มีผลต่อผู้เอาประกันภัยจริงคือ
เบี้ยที่ต้องจ่าย + ทุนประกัน + ความคุ้มครอง + เงื่อนไขการซ่อม + ค่าเสียหายส่วนแรก + เงื่อนไขกรมธรรม์
นี่เป็นข้อมูลที่ควรนำมาเปรียบเทียบก่อนตัดสินใจ
ให้ประกันไทยดอทคอมช่วยตรวจใบเสนอราคาก่อนตัดสินใจ
หากคุณกำลังต่อประกันรถยนต์และมีใบเสนอราคาอยู่แล้ว สามารถส่งรายละเอียดมาให้ทีม ประกันไทยดอทคอม ช่วยเปรียบเทียบได้
เราช่วยตรวจทั้ง เบี้ยสุดท้าย ทุนประกัน ความคุ้มครอง ซ่อมศูนย์/ซ่อมอู่ ค่าเสียหายส่วนแรก และเงื่อนไขสำคัญ เพื่อให้เห็นความแตกต่างก่อนตัดสินใจ
LINE Official: @prakanthai
โทร: 02-459-2223
หมายเหตุ: บทความนี้จัดทำเพื่อให้ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับประกันภัยรถยนต์ อัตราเบี้ย ส่วนลด และสิทธิที่ได้รับจริงขึ้นอยู่กับประเภทกรมธรรม์ ข้อมูลรถ ผู้ขับขี่ ประวัติการขับขี่/การเรียกร้องค่าสินไหม และหลักเกณฑ์ที่ใช้บังคับในขณะทำประกันภัย ผู้ซื้อควรศึกษารายละเอียด เงื่อนไข และข้อยกเว้นก่อนตัดสินใจทำประกันภัย
FAQ ส่วนลดประกันรถยนต์ 2569
ปี 2569 ระบุชื่อผู้ขับขี่ได้กี่คน?
ตามหลักเกณฑ์ใหม่ สามารถแจ้งชื่อผู้ขับขี่ได้สูงสุด 5 คน โดยรายละเอียดการบันทึกรายชื่อเป็นไปตามรูปแบบกรมธรรม์และเอกสารแนบท้ายที่กำหนด
ระบุชื่อผู้ขับขี่แล้วลด 40% เลยหรือไม่?
ไม่ใช่ ตัวเลขสูงสุด 40% เป็นส่วนลดตามพฤติกรรมการขับขี่ภายใต้หลักเกณฑ์ ไม่ใช่ส่วนลดอัตโนมัติเพียงเพราะระบุชื่อผู้ขับขี่
ติดกล้องหน้ารถยังลดเบี้ยได้หรือไม่?
มีหลักเกณฑ์กำหนดส่วนลด 5–10% ของเบี้ยประกันภัยสุทธิ สำหรับรถที่ติดตั้งกล้องตามเงื่อนไข พร้อมแสดงหลักฐานและติดตั้งไว้ตลอดระยะเวลาประกันภัย
ส่วนลดกล้องกับส่วนลดขับดีนำมาบวกกันได้เลยไหม?
ไม่ควรนำเปอร์เซ็นต์มาบวกกันเอง เพราะเป็นส่วนลดคนละประเภท และอาจมีฐานและลำดับการคำนวณต่างกัน ควรให้บริษัทคำนวณเบี้ยสุดท้ายก่อนเปรียบเทียบ
ทำไมประกันที่บอกว่าส่วนลดเยอะกว่าถึงอาจแพงกว่า?
เพราะเบี้ยสุดท้ายยังขึ้นอยู่กับรถ ทุน ความคุ้มครอง ผู้ขับขี่ ประวัติการขับขี่ เงื่อนไขซ่อม ค่าเสียหายส่วนแรก และเกณฑ์รับประกันภัยของแต่ละบริษัท