ประกันไทย

ประกันรถขาด ต่อช้า เกิดอะไรขึ้น? เสียส่วนลดไหม ต้องทำอะไรก่อน

ประกันรถขาด ต่อช้า เกิดอะไรขึ้น? เสียส่วนลดไหม ต้องทำอะไรก่อน

ประกันรถขาด ต่อช้า เกิดอะไรขึ้น? เสียส่วนลดไหม ต้องทำอะไรก่อน

ประกันรถขาดไป 5 วัน เพิ่งนึกได้ตอนนี้ ต้องทำอะไรก่อน

เปิดลิ้นชักเจอกรมธรรม์ แล้วเห็นวันหมดอายุเป็นอาทิตย์ที่แล้ว

ความรู้สึกแรกคือ "ไม่เป็นไรมั้ง ยังไม่ได้ชนสักหน่อย" ความรู้สึกที่สองคือ "แล้วส่วนลดที่สะสมมาห้าปีจะหายไหม"

คำตอบของข้อแรกน่ากังวลกว่าที่คิด ส่วนคำตอบของข้อสองยังพอแก้ทันถ้ารีบ


คำตอบสั้น ๆ

ช่วงที่ประกันขาด คือช่วงที่ไม่มีความคุ้มครองเลย ไม่มีระยะผ่อนผัน ถ้าเกิดอุบัติเหตุในวันที่กรมธรรม์หมดอายุแล้ว ค่าซ่อมรถตัวเองและค่าเสียหายของคู่กรณีเป็นภาระของคุณทั้งหมด แม้จะต่อประกันในวันรุ่งขึ้นก็ไม่ย้อนกลับไปคุ้มครอง

ส่วนลดประวัติดียังพอรักษาไว้ได้ ถ้ารีบต่อ บริษัทส่วนใหญ่ยังคงส่วนลดให้หากต่อภายในช่วงเวลาที่กำหนด ซึ่งมักอยู่ราว 30-45 วันแล้วแต่บริษัท ถ้าปล่อยนานกว่านั้น ส่วนลดที่สะสมมาอาจถูกรีเซ็ตกลับไปเริ่มใหม่

และสิ่งที่ต้องเช็กพร้อมกันคืออีกสองอย่างที่คนละเรื่องกัน คือ พ.ร.บ. และภาษีรถประจำปี ซึ่งมีบทลงโทษตามกฎหมายจริง ไม่ใช่แค่เสียสิทธิ


แยกให้ชัดก่อน สามอย่างนี้ไม่ใช่เรื่องเดียวกัน

คนจำนวนมากใช้คำว่า "ประกันขาด" รวมกันหมด ทั้งที่สามอย่างนี้แยกกันเด็ดขาด และผลของการขาดก็ต่างกันมาก

 ประกันภาคสมัครใจ (ชั้น 1, 2+, 3+)พ.ร.บ.ภาษีรถประจำปี
บังคับตามกฎหมายไหมไม่บังคับบังคับบังคับ
ขาดแล้วผิดกฎหมายไหมไม่ผิด แต่ไม่มีความคุ้มครองผิด มีโทษปรับผิด มีเงินเพิ่ม
คุ้มครองอะไรค่าซ่อมรถและความรับผิดต่อคู่กรณีตามแผนค่ารักษาและชีวิตของผู้ประสบภัยไม่ใช่ความคุ้มครอง เป็นภาษี
ผลที่ตามมาทันทีเกิดเหตุแล้วจ่ายเอง 100%ปรับ และต่อภาษีไม่ได้เงินเพิ่มสะสมทุกเดือน

จุดที่มักพลาดคือ ต่อ พ.ร.บ. กับภาษีเรียบร้อยแล้วเลยคิดว่า "ต่อประกันแล้ว" ทั้งที่ประกันภาคสมัครใจซึ่งเป็นตัวจ่ายค่าซ่อมรถ ยังขาดอยู่

ยังไม่แน่ใจว่า พ.ร.บ. กับภาษีต่างกันอย่างไร อ่านได้ที่ พ.ร.บ. รถยนต์กับภาษีรถประจำปีต่างกันอย่างไร 〔ใส่ลิงก์ภายใน〕


1. ประกันภาคสมัครใจขาด ผลคืออะไร

ไม่มีระยะผ่อนผัน นี่คือเรื่องที่ต้องเข้าใจให้ตรงที่สุด ความคุ้มครองสิ้นสุดตามวันและเวลาที่ระบุในหน้าตารางกรมธรรม์ ไม่มีช่วงเผื่อให้ ต่างจากบัตรเครดิตหรือค่าน้ำค่าไฟที่จ่ายช้าได้ไม่กี่วัน

ลองคิดเป็นตัวเลข ถ้าคุณถอยชนรถคันอื่นในวันที่ขาดไปหนึ่งวัน ค่าซ่อมรถคู่กรณี 40,000 บาท กับค่าซ่อมรถตัวเอง 30,000 บาท รวม 70,000 บาท คือเงินที่ออกจากกระเป๋าคุณเต็มจำนวน ขณะที่เบี้ยทั้งปีอาจอยู่ราวหนึ่งหมื่นกว่าบาท

ส่วนลดประวัติดีคือสิ่งที่มีเดิมพันรองลงมา ส่วนลดนี้ไล่เป็นขั้น 20% 30% 40% และ 50% ตามจำนวนปีที่ไม่มีเคลมในฐานะฝ่ายผิด กว่าจะไต่ถึงขั้นสูงสุดต้องใช้เวลาหลายปี แต่ถ้าปล่อยให้ขาดนานเกินช่วงที่บริษัทกำหนด ซึ่งโดยทั่วไปอยู่ราว 30-45 วันและต่างกันไปในแต่ละบริษัท ส่วนลดอาจถูกรีเซ็ตกลับไปเริ่มนับใหม่

ความต่างระหว่างส่วนลด 50% กับ 0% คือเงินหลักพันถึงหลักหมื่นต่อปี และต้องใช้เวลาอีกหลายปีกว่าจะไต่กลับมา

ยิ่งขาดนาน บริษัทยิ่งขอตรวจสภาพรถ เพราะบริษัทไม่มีทางรู้ว่าระหว่างที่ไม่มีความคุ้มครอง รถไปเกิดความเสียหายอะไรมาแล้วบ้าง การตรวจสภาพจึงเป็นขั้นตอนปกติเมื่อกรมธรรม์ขาดช่วง และหากรถมีร่องรอยความเสียหายเดิม บริษัทอาจยกเว้นความเสียหายส่วนนั้นออกจากความคุ้มครอง หรือพิจารณาไม่รับประกัน


2. พ.ร.บ. ขาด มีโทษตามกฎหมายจริง

พ.ร.บ. ไม่ใช่ทางเลือก แต่เป็นสิ่งที่กฎหมายบังคับให้เจ้าของรถต้องจัดให้มี

ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. 2535 เจ้าของรถที่ไม่จัดให้มีการประกันความเสียหาย มีโทษปรับไม่เกิน 10,000 บาท ตามมาตรา 37 และ ผู้ที่ใช้รถซึ่งไม่ได้จัดให้มีการประกัน มีโทษปรับไม่เกิน 10,000 บาท ตามมาตรา 39 ซึ่งหมายความว่าถ้าเจ้าของรถเป็นคนขับเอง อาจเข้าข่ายทั้งสองมาตรา

ผลกระทบที่ตามมาทันทีอีกอย่างคือ ต่อภาษีรถประจำปีไม่ได้ เพราะการต่อภาษีต้องใช้หลักฐาน พ.ร.บ. ที่ยังมีผลอยู่ ดังนั้น พ.ร.บ. ขาดจึงลากภาษีให้ขาดตามไปด้วยโดยอัตโนมัติ

และถ้าเกิดอุบัติเหตุมีผู้บาดเจ็บในช่วงที่ พ.ร.บ. ขาด ผู้ประสบภัยยังมีช่องทางรับความช่วยเหลือจากกองทุนทดแทนผู้ประสบภัย แต่เจ้าของรถไม่ได้พ้นภาระ เพราะกฎหมายเปิดช่องให้มีการเรียกคืนจากผู้ที่ต้องรับผิดได้


3. ภาษีรถขาด ยิ่งทิ้งไว้ยิ่งแพง

ภาษีรถที่ค้างชำระมี เงินเพิ่มร้อยละ 1 ต่อเดือน ของยอดภาษีที่ค้าง คิดสะสมไปเรื่อย ๆ ตราบที่ยังไม่ได้ชำระ

ที่หนักกว่านั้นคือ ถ้าขาดต่อภาษีเกิน 3 ปี ทะเบียนรถจะถูกระงับ เมื่อถึงจุดนั้นเจ้าของรถต้องคืนแผ่นป้ายทะเบียนที่กรมการขนส่งทางบกภายในกำหนด ชำระภาษีค้างพร้อมเงินเพิ่มทั้งหมด นำรถไปตรวจสภาพ แล้วดำเนินการจดทะเบียนใหม่ ซึ่งจะได้เลขทะเบียนใหม่ไม่ใช่เลขเดิม และระหว่างนั้นก็นำรถออกมาวิ่งไม่ได้

พูดง่าย ๆ คือค่าเสียเวลาและค่าดำเนินการตอนนั้น แพงกว่าภาษีที่ค้างไว้หลายเท่า


ตอนนี้ต้องทำอะไร เรียงตามลำดับ

ขั้นที่ 1 หยุดใช้รถไว้ก่อนถ้าทำได้ อย่างน้อยจนกว่าความคุ้มครองจะกลับมา เพราะทุกวันที่ขับคือการรับความเสี่ยงเต็มจำนวนด้วยตัวเอง

ขั้นที่ 2 เช็กสามอย่างพร้อมกัน เปิดหน้าตารางกรมธรรม์ดูวันหมดอายุของประกันภาคสมัครใจ ดูวันหมดอายุ พ.ร.บ. และดูป้ายภาษีที่กระจกหน้า จดวันที่ของทั้งสามไว้ อย่าเดา

ขั้นที่ 3 ต่อ พ.ร.บ. ก่อนเป็นอันดับแรก เพราะเป็นตัวที่มีโทษตามกฎหมายและเป็นเงื่อนไขของการต่อภาษี ทำเสร็จแล้วค่อยต่อภาษี

ขั้นที่ 4 ต่อประกันภาคสมัครใจ และถามให้ชัดเรื่องส่วนลด คำถามที่ต้องถามมีสามข้อ คือขาดมาถึงวันนี้ยังรักษาส่วนลดประวัติดีไว้ได้หรือไม่ ต้องตรวจสภาพรถหรือไม่ และความคุ้มครองจะเริ่มมีผลเมื่อไร ขอคำตอบเป็นข้อความไว้ อย่ารับแค่คำบอกทางโทรศัพท์


ป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นอีก

วิธีที่ได้ผลที่สุดไม่ใช่การตั้งเตือนในโทรศัพท์ เพราะคนส่วนใหญ่กดปิดแล้วลืม แต่คือ การทำให้สามวันหมดอายุมาอยู่ใกล้กัน เมื่อ พ.ร.บ. ภาษี และประกันภาคสมัครใจครบรอบใกล้กัน คุณจะจัดการทีเดียวจบและจำได้ง่ายกว่าการกระจายอยู่คนละเดือน

อีกวิธีคือฝากให้คนอื่นเตือน นายหน้าที่ดูแลกรมธรรม์ของคุณมีข้อมูลวันหมดอายุอยู่แล้ว และการเตือนล่วงหน้าเป็นงานประจำที่ทำให้อยู่แล้ว การเริ่มต่อล่วงหน้าราวหนึ่งเดือนยังมีข้อดีอีกอย่าง คือมีเวลาเทียบราคาและปรับความคุ้มครองก่อนตัดสินใจ แทนที่จะรีบต่อแบบเดิมเพราะใกล้หมดอายุ

ก่อนต่อรอบหน้า ลองอ่าน เปรียบเทียบประกันรถยนต์ 2569: 10 จุดที่ต้องดูก่อนเลือก 〔ใส่ลิงก์ภายใน〕 ประกอบ


คำถามที่พบบ่อย

ประกันขาดไปวันเดียว เกิดเหตุแล้วเคลมได้ไหม ไม่ได้ ความคุ้มครองสิ้นสุดตามวันและเวลาที่ระบุในกรมธรรม์ และไม่มีระยะผ่อนผัน การต่อประกันหลังเกิดเหตุก็ไม่ทำให้เหตุที่เกิดไปแล้วกลับมาอยู่ในความคุ้มครอง

ขาดไปแล้วกี่วันถึงจะเสียส่วนลดประวัติดี ไม่มีตัวเลขกลางที่ใช้กับทุกบริษัท โดยทั่วไปอยู่ราว 30-45 วันและขึ้นกับเงื่อนไขการรับประกันของแต่ละแห่ง ควรถามบริษัทหรือนายหน้าตรง ๆ ว่ากรณีของคุณยังรักษาส่วนลดไว้ได้หรือไม่

ต่อประกันบริษัทใหม่ ส่วนลดประวัติดีย้ายตามไปด้วยไหม โดยทั่วไปย้ายตามได้ โดยใช้หลักฐานประวัติจากบริษัทเดิมประกอบการพิจารณา แต่ต้องอยู่ในเงื่อนไขการรับประกันของบริษัทใหม่ และช่วงที่ขาดไปก็ยังเป็นปัจจัยที่นำมาพิจารณา

พ.ร.บ. ขาด แต่ยังไม่ได้ขับรถออกไปไหน ผิดไหม กฎหมายกำหนดหน้าที่ของเจ้าของรถในการจัดให้มีการประกันไว้ต่างหากจากการใช้รถ จึงไม่ควรอาศัยเหตุผลว่ายังไม่ได้ขับ ทางที่ปลอดภัยกว่าคือต่อให้เรียบร้อยโดยเร็ว

ประกันขาดแล้วรถมีรอยเดิมอยู่ ต่อได้ไหม ต่อได้ในหลายกรณี แต่บริษัทมักขอตรวจสภาพรถก่อน และอาจระบุยกเว้นความเสียหายเดิมออกจากความคุ้มครอง ทางที่ดีคือแจ้งตามจริงตั้งแต่ต้น เพราะการปกปิดมีผลต่อสิทธิเรียกร้องในภายหลัง


ไม่แน่ใจว่าขาดมากี่วัน และยังรักษาส่วนลดไว้ได้ไหม ให้เราเช็กให้

ทักไลน์มาส่งแค่ รูปหน้าตารางกรมธรรม์เดิม หรือ ทะเบียนรถกับชื่อบริษัทประกันเดิม

เราจะเช็กให้ว่าขาดมากี่วัน ยังรักษาส่วนลดประวัติดีไว้ได้หรือไม่ ต้องตรวจสภาพรถหรือเปล่า และควรต่ออะไรก่อนหลังระหว่าง พ.ร.บ. ภาษี และประกันภาคสมัครใจ ไม่มีค่าใช้จ่าย

LINE Official: @prakanthai โทร. 02-459-2223 เว็บไซต์: www.prakanthai.com

ประกันไทยดอทคอม นายหน้าประกันวินาศภัย ให้บริการตั้งแต่ พ.ศ. 2547 ใบอนุญาตนิติบุคคลเลขที่ 5104000004


หมายเหตุ: บทความนี้จัดทำเพื่อให้ข้อมูลเบื้องต้น เงื่อนไขการรับประกันภัย การคงส่วนลดประวัติดี และการตรวจสภาพรถ เป็นไปตามหลักเกณฑ์ของบริษัทผู้รับประกันภัยแต่ละแห่งซึ่งอาจแตกต่างกันและเปลี่ยนแปลงได้ ส่วนอัตราค่าปรับและเงินเพิ่มเป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด ผู้อ่านควรตรวจสอบกับบริษัทประกันภัยและกรมการขนส่งทางบกก่อนดำเนินการ

แชร์