ประกันไทย

รถในบ้านหรือบริษัทเดียวกันชนกัน ประกันจ่ายไหม?

รถในบ้านหรือบริษัทเดียวกันชนกัน ประกันจ่ายไหม?

รถในบ้านหรือบริษัทเดียวกันชนกัน ประกันจ่ายไหม?

รถในบ้านหรือบริษัทเดียวกันชนกัน ประกันจ่ายไหม?

คำตอบ

รถจอดบ้านเดียวกันหรือทำงานบริษัทเดียวกัน ไม่ใช่เหตุให้ประกันปฏิเสธเคลมโดยอัตโนมัติ แต่ต้องแยกค่าซ่อมออกเป็นสองส่วน

  • ค่าซ่อมรถอีกคัน: หมวดทรัพย์สินบุคคลภายนอกของรถคันที่ชนไม่คุ้มครองทรัพย์สินของผู้เอาประกันภัย ผู้ขับขี่ฝ่ายที่ต้องรับผิด หรือคู่สมรส พ่อแม่ และลูกของบุคคลดังกล่าว ตามข้อยกเว้นมาตรฐาน
  • ค่าซ่อมรถตัวเอง: รถแต่ละคันยังอาจใช้ความคุ้มครองชั้น 1, 2+ หรือ 3+ ของตัวเองได้ หากเหตุเข้าเงื่อนไข

จึงต้องตรวจทั้ง ผู้เอาประกัน ผู้ขับขี่ เจ้าของหรือผู้ครอบครองรถที่เสียหาย และหมวดความคุ้มครองที่เรียก ไม่ใช่ดูแค่ว่าชนกันที่ไหน

ทำไมรถของคนในครอบครัวจึงอาจเคลมจากรถคันที่ชนไม่ได้?

สมมติคุณเป็นผู้เอาประกันและถอยรถชนรถคู่สมรส บริษัทประกันของรถคุณจะไม่จ่ายค่าซ่อมรถคู่สมรสจากหมวดทรัพย์สินบุคคลภายนอก เพราะรถที่ถูกชนเข้าข้อยกเว้นเรื่องเจ้าของทรัพย์สิน หลักเดียวกันใช้ได้แม้เกิดเหตุบนถนน

ข้อยกเว้นนี้ครอบคลุมทรัพย์สินของ

  • ผู้เอาประกันภัย
  • ผู้ขับขี่ที่เป็นฝ่ายต้องรับผิดตามกฎหมายในเหตุครั้งนั้น
  • คู่สมรส บิดา มารดา หรือบุตรของบุคคลสองกลุ่มข้างต้น

รวมถึงทรัพย์สินที่บุคคลเหล่านี้ รับเก็บรักษา ควบคุม หรือครอบครอง ด้วย การจดทะเบียนรถคนละชื่อจึงยังไม่เพียงพอที่จะสรุปว่าเคลมได้

อ้างอิง แบบกรมธรรม์ คปภ. ตามคำสั่งนายทะเบียนที่ 46/2567 หมวดความรับผิดต่อบุคคลภายนอก

ดูให้ชัด: 5 กรณีที่พบบ่อย

ตารางนี้กล่าวถึงเฉพาะ ค่าซ่อมรถอีกคันที่เรียกจากหมวดทรัพย์สินบุคคลภายนอกของรถคันที่ชน

เหตุการณ์ผลพิจารณาในหมวดนี้
รถสองคันเป็นของคุณ และคุณเป็นผู้เอาประกันของคันที่ชนไม่คุ้มครอง รถอีกคันเป็นทรัพย์สินของผู้เอาประกัน
คุณเป็นผู้เอาประกันหรือผู้ขับขี่ฝ่ายผิด แล้วชนรถคู่สมรส พ่อแม่ หรือลูกไม่คุ้มครอง เข้าข้อยกเว้นตามความสัมพันธ์ที่ระบุ
รถของพี่กับน้องชนกันต้องตรวจเพิ่ม ความเป็นพี่น้องอย่างเดียวไม่ใช่ข้อยกเว้นนี้ แต่ต้องดูเจ้าของ ผู้เอาประกัน ผู้ขับขี่ และการครอบครอง
รถทั้งสองเป็นของบริษัทนิติบุคคลเดียวกัน และบริษัทเป็นผู้เอาประกันของคันที่ชนไม่คุ้มครอง รถอีกคันเป็นทรัพย์สินของผู้เอาประกัน
รถส่วนตัวของพนักงานคนละคนชนกันในที่ทำงานพิจารณาตามเงื่อนไขปกติ การทำงานหรือจอดรถที่เดียวกันไม่ใช่เหตุปฏิเสธโดยลำพัง

รถบริษัทชนรถส่วนตัวกรรมการต้องดูเป็นรายกรณี เพราะบริษัทจำกัดกับกรรมการเป็นคนละบุคคลตามกฎหมาย แต่หากกรรมการเป็นผู้ขับรถบริษัทฝ่ายผิดและรถที่ถูกชนเป็นของตนเอง ก็อาจเข้าข้อยกเว้นทรัพย์สินของผู้ขับขี่ได้

หลักเรื่องเจ้าของทรัพย์สินและนิติบุคคลอธิบายเพิ่มเติมใน บทความทรัพย์สินบุคคลภายนอกของวิริยะประกันภัย

แล้วชั้น 1, 2+ และ 3+ ซ่อมรถตัวเองได้ไหม?

ต้องตรวจสิทธิของรถแต่ละคันแยกกัน การที่ประกันคันหนึ่งไม่จ่ายค่าซ่อมให้อีกคัน ไม่ได้ทำให้ความคุ้มครองตัวรถของอีกกรมธรรม์หายไป

ประกันของรถที่เสียหายสิทธิซ่อมรถคันนั้นจากการชน
ชั้น 1โดยทั่วไปคุ้มครองความเสียหายต่อตัวรถจากอุบัติเหตุ หากไม่เข้าข้อยกเว้น
2+ และ 3+อาจคุ้มครองเมื่อชนกับยานพาหนะทางบก แจ้งคู่กรณีได้ และเข้าเงื่อนไขเอกสารแนบท้าย
ชั้น 2 และชั้น 3 แบบปกติไม่มีความคุ้มครองซ่อมรถคันเอาประกันจากการชน

สำหรับ 2+ และ 3+ เงื่อนไขรถชนรถต้องตรวจตามเอกสารแนบท้ายที่แนบกับกรมธรรม์จริง เช่น เอกสารแนบท้าย ร.ย.ภ.10 ในแบบกรมธรรม์ คปภ.

ตัวอย่างเข้าใจง่าย: คุณเป็นผู้เอาประกันและขับรถชั้น 1 ถอยชนรถคู่สมรสที่ทำชั้น 3

  • รถคุณ: ขอเคลมซ่อมจากชั้น 1 ของตัวเองได้ตามเงื่อนไข
  • รถคู่สมรส: เรียกจากหมวดทรัพย์สินบุคคลภายนอกของรถคุณไม่ได้ตามข้อยกเว้น และชั้น 3 ของรถคู่สมรสก็ไม่คุ้มครองค่าซ่อมรถตัวเองจากการชน

นี่จึงเป็นเหตุผลที่บ้านหนึ่งอาจมีประกันครบทุกคัน แต่ยังมีค่าซ่อมบางคันที่ต้องรับผิดชอบเอง

เคลมได้แล้ว ต้องจ่ายอะไรเพิ่มหรือไม่?

ก่อนตกลงซ่อม ให้ตรวจ 3 เรื่องนี้

1. ค่าเสียหายส่วนแรกของกรมธรรม์

ตรวจจำนวนที่ระบุไว้ในตารางและเงื่อนไขของเหตุเคลม สำหรับส่วนแรก 1,000 บาทตามแบบมาตรฐาน ใช้กับความเสียหายที่ไม่ได้เกิดจากการชนหรือคว่ำ หรือชนแล้วแจ้งคู่กรณีไม่ได้ จึงไม่ควรสรุปว่า “ชนเสาหรือกำแพงต้องเสีย 1,000 บาทเสมอ” ส่วนการชนรถในบ้านที่ระบุคู่กรณีได้ ไม่เข้ากรณีแจ้งคู่กรณีไม่ได้ แต่ยังอาจมีส่วนแรกข้ออื่น

2. คนขับตรงกับรายชื่อในกรมธรรม์หรือไม่

หากใช้กรมธรรม์แบบระบุชื่อผู้ขับขี่ แต่คนขับขณะเกิดเหตุอยู่นอกรายชื่อและเป็นฝ่ายผิด กรมธรรม์ที่มีเงื่อนไขนี้อาจกำหนดให้ผู้เอาประกันรับผิด 6,000 บาทแรกของค่าซ่อมรถตัวเอง และ 2,000 บาทแรกของความเสียหายต่อทรัพย์สินบุคคลภายนอก โดยพิจารณาแยกหมวดและตามความเสียหายที่คุ้มครอง

ไม่ได้หมายความว่าทุกเคลมต้องจ่าย 8,000 บาท และการจ่ายส่วนแรกไม่ได้ทำให้ทรัพย์สินที่เข้าข้อยกเว้นกลับได้รับความคุ้มครอง หากเป็นฝ่ายถูก รู้ตัวผู้ต้องรับผิด และบริษัทมีสิทธิเรียกเงินคืนได้ อาจไม่ต้องรับผิดส่วนแรกตามเงื่อนไขผู้ขับขี่ดังกล่าว

3. เบี้ยและส่วนลดในปีต่ออายุ

ประวัติเคลมอาจมีผลต่อส่วนลดและเบี้ยปีถัดไป ควรให้บริษัทประกันประเมินตามแบบกรมธรรม์และประวัติจริง ไม่ควรเหมารวมว่าเคลมหนึ่งครั้งแล้วทุกคนจะเสียส่วนลดเท่ากัน

รายละเอียดค่าเสียหายส่วนแรกดูได้จาก แบบกรมธรรม์ คปภ. หมวดความเสียหายต่อรถยนต์ ข้อ 4

เกิดเหตุแล้ว ทำอย่างไรก่อนจ่ายค่าซ่อม?

  1. เก็บหลักฐานตามจริง: ถ่ายตำแหน่งรถ รอยชน ทะเบียน และเก็บภาพกล้อง พร้อมแจ้งผู้ขับขี่จริง
  2. แจ้งประกันของรถแต่ละคัน: ขอให้ตรวจทั้งสิทธิซ่อมรถตัวเองและความรับผิดต่อรถอีกคัน
  3. ขอเหตุผลให้ชัดก่อนตกลง: หากถูกปฏิเสธหรือเรียกส่วนแรก ให้ขอหมวด ข้อกรมธรรม์ และรายละเอียดเป็นลายลักษณ์อักษร

อย่าเปลี่ยนชื่อผู้ขับขี่หรือแจ้งเหตุเป็นอย่างอื่นเพื่อให้เคลมผ่าน เพราะอาจกระทบสิทธิและมีผลทางกฎหมาย

คำถามที่พบบ่อย

นามสกุลเดียวกัน หรืออยู่ทะเบียนบ้านเดียวกัน เคลมไม่ได้ใช่ไหม?

ไม่ใช่ข้อสรุปอัตโนมัติ ต้องตรวจความสัมพันธ์ตามกรมธรรม์ เจ้าของทรัพย์สิน ผู้เอาประกัน ผู้ขับขี่ และการเก็บรักษา ควบคุม หรือครอบครองจริง

ทำประกันคนละบริษัท ช่วยให้เคลมได้ไหม?

การทำประกันคนละบริษัทไม่ได้ลบข้อยกเว้นเรื่องทรัพย์สิน ต้องตรวจทั้งสิทธิเรียกจากรถคันที่ชนและสิทธิซ่อมรถจากกรมธรรม์ของตัวเองแยกกัน

บ้านหรือบริษัทมีรถหลายคัน? เช็กความคุ้มครองก่อนต้องจ่ายเอง

ทัก LINE ประกันไทยดอทคอม พิมพ์ “รถหลายคัน” ให้ทีมงานช่วยตรวจความคุ้มครองเบื้องต้นโดยไม่มีค่าใช้จ่าย

แจ้งข้อมูลแต่ละคัน ได้แก่ รุ่นและปีรถ เจ้าของรถ ผู้เอาประกัน ชั้นประกัน และผู้ที่ใช้รถเป็นประจำ เพื่อช่วยตรวจว่าหากชนกันเอง คันไหนมีสิทธิซ่อมจากประกันของตัวเอง และจุดใดควรทบทวนก่อนต่ออายุ

👉 ทัก LINE Official @prakanthai

📞 โทร. 02-459-2223

🌐 PrakanThai.com — ประกันไทยดอทคอม

ให้บริการตั้งแต่ พ.ศ. 2547 พร้อมช่วยอธิบายความคุ้มครองและประสานงานตามข้อเท็จจริง

บทความนี้อธิบายความเสียหายต่อรถและทรัพย์สิน การพิจารณาสินไหมขึ้นกับกฎหมาย ข้อเท็จจริง ตารางกรมธรรม์ และเอกสารแนบท้ายของแต่ละฉบับ ส่วนการบาดเจ็บหรือเสียชีวิตต้องตรวจความคุ้มครองแยกต่างหาก

แชร์