ค่าเสียหายส่วนแรก Excess กับ Deductible ต่างกันอย่างไร

- เมื่อ : 17 พฤศจิกายน 2564
- ประเภท : รอบรู้ประกัน
ค่าเสียหายส่วนแรก Excess กับ Deductible ต่างกันอย่างไร
ค่าเสียหายส่วนแรก Excess กับ Deductible ต่างกันอย่างไร?
มีประกันชั้น 1 แล้ว เหตุใดตอนเคลมจึงยังถูกเรียกเก็บเงินเพิ่ม?
คำตอบมักอยู่ในคำว่า “ค่าเสียหายส่วนแรก” แต่สิ่งที่ทำให้เจ้าของรถสับสนคือ เงินที่ต้องจ่ายนั้นอาจเป็น Excess หรือ Deductible ซึ่งเกิดจากคนละเงื่อนไข และมีผลต่อการเคลมต่างกัน
หากแยกสองคำนี้ได้ตั้งแต่ก่อนซื้อประกัน คุณจะเปรียบเทียบเบี้ยได้ตรงขึ้น รู้ว่ากรมธรรม์ราคาถูกลงเพราะอะไร และเตรียมหลักฐานได้ถูกต้องเมื่อเกิดเหตุ
คำตอบสั้น ๆ: Excess คือค่าเสียหายส่วนแรกที่เกิดขึ้นตามเงื่อนไขของกรมธรรม์ในบางลักษณะเหตุ ส่วน Deductible คือจำนวนเงินที่ผู้เอาประกันภัยตกลงรับผิดชอบเองและระบุไว้ในกรมธรรม์ เพื่อแลกกับเบี้ยที่ลดลงตามหลักเกณฑ์ของแผนนั้น
Excess กับ Deductible ต่างกันตรงไหน?
| ประเด็น | Excess | Deductible |
|---|---|---|
| ที่มา | เป็นเงื่อนไขของกรมธรรม์สำหรับเหตุบางลักษณะ | เป็นข้อตกลงที่เลือกไว้ตอนทำประกันและแสดงในตารางกรมธรรม์ |
| จำนวนเงิน | โดยทั่วไปมักพบ 1,000 บาทต่ออุบัติเหตุหนึ่งครั้งในกรณีที่เข้าเงื่อนไขมาตรฐาน | เป็นจำนวนที่ตกลงไว้ เช่น 2,000 หรือ 5,000 บาทต่ออุบัติเหตุหนึ่งครั้ง |
| มักเกิดเมื่อ | ความเสียหายไม่เกิดจากการชนหรือคว่ำ หรือเกิดจากการชนแต่ไม่สามารถระบุคู่กรณีอีกฝ่ายได้ | เกิดความเสียหายที่อยู่ในความคุ้มครองและเข้าเงื่อนไขค่าเสียหายส่วนแรกที่ระบุไว้ |
| ผลต่อเบี้ย | ไม่ใช่ส่วนลดที่ผู้ซื้อเลือกเป็นรายกรณี | ช่วยให้เบี้ยลดลงตามอัตราและหลักเกณฑ์ของบริษัท ไม่จำเป็นต้องลดเท่ากับยอด Deductible |
รายละเอียดจริงต้องยึดตารางกรมธรรม์ ข้อกำหนด เอกสารแนบท้าย และข้อเท็จจริงของอุบัติเหตุแต่ละครั้งเป็นหลัก
ค่า Excess คืออะไร?
Excess คือค่าเสียหายส่วนแรกที่ผู้เอาประกันภัยต้องรับผิดชอบเองเมื่อเหตุที่แจ้งเคลมเข้าเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในกรมธรรม์
ในความคุ้มครองความเสียหายต่อตัวรถ เงื่อนไขที่พบบ่อยคือ ผู้เอาประกันภัยรับผิดชอบ 1,000 บาทแรกของความเสียหายจากอุบัติเหตุแต่ละครั้ง ในกรณีที่ความเสียหายไม่ได้เกิดจากการชนหรือคว่ำ หรือเกิดจากการชนแต่ไม่สามารถระบุคู่กรณีอีกฝ่ายหนึ่งได้
ตัวอย่างที่อาจเข้าเงื่อนไข Excess ได้แก่
- กลับมาพบว่ารถมีรอยขีดข่วน แต่ไม่ทราบว่าเกิดเมื่อใด ที่ไหน หรือเกิดจากอะไร
- รถถูกชนแล้วคู่กรณีหลบหนี โดยไม่มีทะเบียน ภาพถ่าย หรือหลักฐานที่ช่วยระบุตัวรถ
- มีรอยเสียหายหลายตำแหน่งซึ่งเกิดต่างวัน ต่างสถานที่ หรือต่างสาเหตุ
- ความเสียหายไม่ได้เกิดจากการชนหรือคว่ำ และเข้าเงื่อนไขที่กรมธรรม์กำหนด
สิ่งสำคัญคือ Excess คิดตาม อุบัติเหตุแต่ละครั้ง ไม่ใช่นับตามจำนวนชิ้นส่วนหรือจำนวนรอยเสมอไป หากรอยหลายจุดเกิดจากเหตุเดียวกันและพิสูจน์ได้ว่าเป็นเหตุเดียว บริษัทควรพิจารณาจากข้อเท็จจริงของอุบัติเหตุนั้น แต่ถ้าเป็นคนละเหตุ ก็อาจถูกพิจารณาเป็นหลายครั้งได้
ชนเสา ชนกำแพง หรือครูดฟุตปาท ต้องเสีย Excess ไหม?
ไม่ควรตัดสินจากคำว่า “ไม่มีคู่กรณี” เพียงอย่างเดียว
หากเป็นเหตุชนที่เกิดขึ้นจริง และสามารถบอกวัน เวลา สถานที่ ลักษณะเหตุ รวมถึงระบุสิ่งที่ชนได้ชัดเจน เช่น เสา กำแพง ประตู หรือฟุตปาท บริษัทจะพิจารณาจากข้อเท็จจริงและเงื่อนไขกรมธรรม์ ไม่ใช่เหมารวมว่าต้องเสีย 1,000 บาททุกกรณี
สิ่งที่ควรทำทันทีคือถ่ายภาพความเสียหาย ภาพบริเวณเกิดเหตุ สิ่งที่รถชน และแจ้งบริษัทประกันโดยเร็ว อย่ารอจนจำรายละเอียดไม่ได้ เพราะความชัดเจนของเหตุการณ์มีผลโดยตรงต่อการพิจารณาสินไหม
ค่า Deductible คืออะไร?
Deductible คือค่าเสียหายส่วนแรกตามข้อตกลง ผู้ซื้อประกันเลือกยอมรับภาระบางส่วนไว้เอง และบริษัทระบุจำนวนเงินนั้นในตารางกรมธรรม์หรือเอกสารแนบท้าย
ตัวอย่างเช่น กรมธรรม์กำหนด Deductible สำหรับความเสียหายต่อตัวรถไว้ 5,000 บาทต่ออุบัติเหตุหนึ่งครั้ง เมื่อเกิดเหตุที่เข้าเงื่อนไขและมีค่าซ่อมรถ 30,000 บาท ผู้เอาประกันภัยรับผิดชอบ 5,000 บาท ส่วนบริษัทรับผิดชอบค่าความเสียหายที่เหลือตามความคุ้มครองและเงื่อนไขกรมธรรม์
แต่หากค่าซ่อมมีเพียง 3,000 บาท ซึ่งต่ำกว่ายอด Deductible บริษัทอาจไม่มีจำนวนเงินต้องชดใช้ในส่วนนั้น เพราะความเสียหายยังไม่เกินส่วนที่ผู้เอาประกันภัยตกลงรับผิดชอบเอง
ข้อควรรู้คือ การเลือก Deductible 5,000 บาท ไม่ได้หมายความว่าเบี้ยจะลดลง 5,000 บาทเสมอไป ส่วนลดเบี้ยขึ้นอยู่กับโครงสร้างอัตราเบี้ย แผนประกัน และหลักเกณฑ์ของบริษัท จึงควรเปรียบเทียบ “เบี้ยที่ลดจริง” กับ “เงินที่พร้อมจ่ายเมื่อเกิดเหตุ” ก่อนตัดสินใจ
ถ้าเราเป็นฝ่ายถูก ยังต้องจ่าย Deductible หรือไม่?
หากมีคู่กรณีที่ต้องรับผิดชัดเจนและบริษัทสามารถใช้สิทธิเรียกร้องคืนได้ การจัดการ Deductible อาจแตกต่างจากกรณีที่เราเป็นฝ่ายผิดหรือไม่มีผู้รับผิดให้ติดตาม อย่างไรก็ตาม ไม่ควรสรุปจากคำบอกเล่าเพียงอย่างเดียว ต้องดูเงื่อนไขที่ระบุในกรมธรรม์ ผลการพิจารณาความรับผิด และแนวทางของบริษัทในเคลมนั้น
เมื่อเกิดเหตุ ให้แจ้งบริษัทหรือโบรกเกอร์ทันที เก็บเลขทะเบียน ชื่อผู้ขับขี่ บริษัทประกันของคู่กรณี ใบแจ้งความ ภาพถ่าย และคลิปจากกล้องหน้ารถไว้ให้ครบ
Excess และ Deductible ต้องจ่ายพร้อมกันได้ไหม?
มีโอกาสเกิดขึ้นได้ หากกรมธรรม์มี Deductible ระบุไว้ และเหตุเดียวกันยังเข้าเงื่อนไข Excess ด้วย ภาระทั้งสองส่วนอาจถูกนำมาพิจารณาร่วมกัน
ตัวอย่างเช่น กรมธรรม์ระบุ Deductible 5,000 บาท และรถถูกชนแล้วหนีโดยไม่สามารถระบุรถคู่กรณีได้ เหตุอาจมีทั้ง Deductible ตามที่ตกลงไว้และ Excess ตามเงื่อนไขกรมธรรม์ แต่จำนวนที่ต้องรับผิดจริงต้องให้บริษัทตรวจสอบจากตารางกรมธรรม์และข้อเท็จจริงก่อนทุกครั้ง
เลือกประกันแบบมี Deductible เหมาะกับใคร?
Deductible อาจเหมาะกับผู้ที่ขับรถระมัดระวัง มีประวัติเคลมน้อย ใช้รถไม่มาก มีเงินสำรองสำหรับเหตุฉุกเฉิน และเห็นว่าส่วนต่างเบี้ยที่ประหยัดได้คุ้มกับความเสี่ยงที่ต้องรับผิดเอง
แต่อาจไม่เหมาะกับรถที่ใช้งานทุกวัน วิ่งในพื้นที่แออัด มีผู้ขับหลายคน ผู้ขับใหม่ หรือเจ้าของรถที่ไม่ต้องการมีค่าใช้จ่ายก้อนเพิ่มเมื่อเกิดเหตุ
อย่าตัดสินใจจากราคาเบี้ยเพียงตัวเลขเดียว เพราะกรมธรรม์ที่ถูกกว่าอาจมี Deductible ซ่อนอยู่ในตารางเปรียบเทียบ สิ่งที่ควรถามก่อนซื้อคือ
- Deductible ใช้กับความคุ้มครองส่วนใด
- คิดเป็นจำนวนเท่าไรต่ออุบัติเหตุหนึ่งครั้ง
- เบี้ยลดลงจริงเท่าไรเมื่อเทียบกับแผนที่ไม่มี Deductible
- หากเป็นฝ่ายถูกและระบุคู่กรณีได้ บริษัทจัดการอย่างไร
- มีค่าเสียหายส่วนแรกหรือเงื่อนไขพิเศษอื่นอีกหรือไม่
ก่อนแจ้งเคลม ควรเก็บหลักฐานอะไรบ้าง?
- ถ่ายภาพรถทั้งคันและภาพระยะใกล้ของความเสียหาย
- ถ่ายภาพสถานที่เกิดเหตุ ร่องรอยบนพื้น และวัตถุที่เกี่ยวข้อง
- บันทึกวัน เวลา สถานที่ และลำดับเหตุการณ์ขณะยังจำได้
- เก็บเลขทะเบียนและข้อมูลติดต่อของคู่กรณี
- สำรองคลิปกล้องหน้ารถหรือกล้องวงจรปิดทันที
- โทรแจ้งบริษัทประกันหรือผู้ประสานงานสินไหมก่อนตกลงรับผิดหรือจ่ายเงิน
หลักฐานที่ครบไม่ได้มีไว้เพียงเพื่อหลีกเลี่ยงค่า Excess แต่ช่วยให้บริษัทพิจารณาสาเหตุ ความรับผิด และขอบเขตความเสียหายได้ตรงกับเหตุจริง
คำถามที่พบบ่อย
มีประกันชั้น 1 แล้วไม่ต้องเสียค่า Excess ใช่ไหม?
ไม่ใช่ ประกันชั้น 1 ให้ความคุ้มครองกว้าง แต่ยังมีค่าเสียหายส่วนแรกและข้อยกเว้นตามเงื่อนไขกรมธรรม์ หากเหตุที่แจ้งเข้าเงื่อนไข Excess ผู้เอาประกันภัยยังอาจต้องรับผิดชอบ 1,000 บาทแรกต่ออุบัติเหตุหนึ่งครั้ง
รอยหลายจุดคิด Excess จุดละ 1,000 บาทหรือไม่?
ไม่ได้นับจากจำนวนรอยโดยอัตโนมัติ แต่พิจารณาจำนวนอุบัติเหตุ หากเกิดจากเหตุเดียวกันและมีหลักฐานสอดคล้องกันอาจนับเป็นหนึ่งครั้ง แต่รอยที่เกิดคนละเหตุอาจถูกคิดแยกกัน
มีกล้องหน้ารถช่วยลดปัญหา Excess ได้หรือไม่?
ช่วยได้ เพราะคลิปสามารถยืนยันวัน เวลา สถานที่ ลักษณะการชน และรายละเอียดคู่กรณี อย่างไรก็ตาม บริษัทจะพิจารณาร่วมกับหลักฐานอื่นและเงื่อนไขกรมธรรม์
ประกัน 2+ หรือ 3+ จ่าย Excess แล้วเคลมรถตัวเองได้ทุกเหตุหรือไม่?
ไม่ได้ ประกัน 2+ และ 3+ มีขอบเขตความคุ้มครองความเสียหายต่อตัวรถแตกต่างจากประกันชั้น 1 โดยทั่วไปเน้นเหตุรถชนรถและต้องระบุคู่กรณีได้ การจ่ายค่าเสียหายส่วนแรกไม่สามารถทำให้เหตุที่อยู่นอกความคุ้มครองกลายเป็นเหตุที่เคลมได้
สรุป: ก่อนดูว่า “ต้องจ่ายเท่าไร” ให้ดูก่อนว่า “จ่ายเพราะเงื่อนไขใด”
Excess และ Deductible มีจุดร่วมคือเป็นเงินส่วนแรกที่ผู้เอาประกันภัยรับผิดชอบเอง แต่สาเหตุที่เกิดขึ้นต่างกัน
- Excess เกิดจากเงื่อนไขกรมธรรม์เมื่อเหตุมีลักษณะตามที่กำหนด
- Deductible เกิดจากข้อตกลงที่เลือกไว้และระบุจำนวนเงินในกรมธรรม์
ความเข้าใจที่ถูกต้องช่วยให้เลือกประกันได้คุ้มกว่า แจ้งเคลมได้ครบกว่า และลดข้อโต้แย้งเรื่องค่าใช้จ่ายภายหลัง ทุกครั้งก่อนซื้อหรือเคลม ควรตรวจตารางกรมธรรม์ เอกสารแนบท้าย และรายละเอียดเหตุจริง ไม่ควรตัดสินจากคำว่า “ชั้น 1” หรือ “ไม่มีคู่กรณี” เพียงอย่างเดียว
ไม่แน่ใจว่าใบเสนอราคาที่ได้รับมี Deductible หรือไม่ หรือเคลมครั้งนี้ต้องเสีย Excess เพราะอะไร?
ส่งหน้าตารางกรมธรรม์หรือรายละเอียดเหตุมาให้ทีมประกันไทยดอทคอมช่วยตรวจสอบเบื้องต้นได้ทาง LINE Official: @prakanthai
ทีมงานช่วยอธิบายเงื่อนไขให้เห็นภาพก่อนตัดสินใจ โดยยึดรายละเอียดกรมธรรม์และข้อเท็จจริงของแต่ละกรณีเป็นหลัก
หมายเหตุ: เนื้อหานี้จัดทำเพื่อให้ความรู้ทั่วไป การพิจารณาความคุ้มครองและค่าเสียหายส่วนแรกต้องยึดกรมธรรม์ เอกสารแนบท้าย ข้อเท็จจริง และผลการพิจารณาของบริษัทประกันภัยในแต่ละกรณี