ทำไมเข้าซ่อมต้องสำรองจ่าย? มีประกันแล้วต้องออกเงินก่อนจริงหรือ

- เมื่อ : 24 สิงหาคม 2569
- ประเภท : รอบรู้ประกัน
ทำไมเข้าซ่อมต้องสำรองจ่าย? มีประกันแล้วต้องออกเงินก่อนจริงหรือ
ทำไมเข้าซ่อมต้องสำรองจ่าย? มีประกันแล้วต้องออกเงินก่อนจริงหรือ
ประโยคที่เจ้าของรถไม่อยากได้ยินหลังเกิดอุบัติเหตุคือ “ลูกค้าต้องสำรองจ่ายไปก่อน” เพราะหลายคนเข้าใจว่าเมื่อมีประกันรถยนต์ บริษัทประกันภัยควรเป็นผู้จ่ายค่าซ่อมทั้งหมดทันที
คำตอบ
การนำรถเข้าซ่อมไม่ได้แปลว่าต้องสำรองจ่ายทุกครั้ง ถ้าเข้าอู่ในเครือหรือศูนย์ที่มีข้อตกลงกับบริษัทประกันภัย และรายการซ่อมได้รับอนุมัติแล้ว บริษัทมักชำระค่าซ่อมส่วนที่คุ้มครองให้อู่โดยตรง แต่ถ้าเลือกอู่นอกเครือ จัดซ่อมเอง หรือเริ่มซ่อมก่อนอนุมัติ อาจต้องจ่ายก่อนแล้วยื่นเอกสารเบิกภายหลัง
และเงินที่อู่เรียกเก็บไม่ใช่เงินสำรองจ่ายที่เบิกคืนได้ทั้งหมด บางส่วนเป็นค่าเสียหายส่วนแรก รายการนอกความคุ้มครอง หรือส่วนต่างจากงานและอะไหล่ที่เลือกเพิ่ม ต้องแยกทีละยอดก่อนชำระ
กำลังถูกเรียกเก็บเงินอยู่หน้าอู่ตอนนี้? ทำ 6 ข้อนี้ก่อน
- ขอใบแจ้งยอดแยกทุกรายการ อย่ารับเพียงยอดรวม
- โทรยืนยันกับฝ่ายสินไหมของบริษัทประกันภัย หรือผู้ประสานงานที่ระบุในใบเคลม
- ขอเอกสารหรือข้อความยืนยันยอดที่บริษัทอนุมัติ เก็บไว้เป็นหลักฐาน
- ถามให้ชัดว่ายอดใดเบิกคืนได้ ยอดใดเป็นภาระของลูกค้า และเพราะเหตุใด
- อย่าเพิ่งลงนามยอมรับยอดหรือสละสิทธิ หากยังมีข้อโต้แย้งหรือยังไม่เข้าใจข้อความในเอกสาร
- ติดต่อประกันไทยดอทคอม เพื่อช่วยตรวจข้อมูลและประสานก่อนชำระ หากกรมธรรม์หรือเคสอยู่ในความดูแลของเรา
ถ้ายังไม่ได้รับคำชี้แจงที่ชัดเจนหลังประสานกับบริษัทแล้ว ขอคำปรึกษาจากสำนักงาน คปภ. สายด่วน 1186 โดยเตรียมกรมธรรม์ ใบเคลม ใบประเมินราคา ใบเสร็จ ภาพถ่าย และหลักฐานการติดต่อให้พร้อม
สรุปภายใน 30 วินาที
- อู่ในเครือมักวางบิลค่าซ่อมส่วนที่อนุมัติกับบริษัทประกันภัยโดยตรง
- อู่นอกเครือไม่มีข้อตกลงด้านการชำระเงินกับบริษัท จึงอาจเรียกเก็บจากเจ้าของรถก่อน
- อย่าเริ่มซ่อมจนกว่าจะทราบรายการและยอดที่บริษัทอนุมัติ
- เงินสำรองจ่ายเบิกคืนได้ตามยอดที่บริษัทพิจารณา แต่ค่าเสียหายส่วนแรกและส่วนต่างบางรายการเบิกคืนไม่ได้
- เมื่อตกลงยอดค่าเสียหายกันแล้ว การจ่ายที่ล่าช้าเกินกรอบเวลามีกติกากำกับอยู่ ไม่ใช่เรื่องที่ต้องรอไปเรื่อย ๆ
- ศูนย์บริการหรือซ่อมห้างไม่ได้แปลว่าเป็นศูนย์ในเครือของทุกบริษัท ต้องตรวจเป็นรายบริษัทและรายกรมธรรม์
- ผู้อนุมัติความคุ้มครองและค่าสินไหมคือบริษัทผู้รับประกันภัย นายหน้าหรืออู่ช่วยประสานงานได้ แต่ไม่ใช่ผู้มีอำนาจอนุมัติแทน
"สำรองจ่าย" ต่างจาก "จ่ายส่วนต่าง" อย่างไร
สองคำนี้ให้ผลกับเงินในกระเป๋าต่างกันมาก แต่ลูกค้ามักได้รับคำอธิบายรวมกัน
| ประเภทเงินที่จ่าย | ความหมาย | มีโอกาสเบิกคืนหรือไม่ |
|---|---|---|
| เงินสำรองจ่าย | ลูกค้าจ่ายค่าซ่อมไปก่อน แล้วนำเอกสารไปขอรับค่าสินไหม | มีโอกาสได้รับคืนตามความคุ้มครอง ยอดที่บริษัทเห็นชอบ และเอกสารที่ครบถ้วน |
| ค่าเสียหายส่วนแรก | จำนวนเงินที่ผู้เอาประกันภัยต้องรับผิดชอบตามเงื่อนไขกรมธรรม์หรือเหตุที่เกิดขึ้น | โดยทั่วไปไม่ใช่ยอดที่นำไปเบิกคืนจากกรมธรรม์เดียวกัน |
| ส่วนต่างค่าซ่อม | ราคาที่อู่เรียกเก็บสูงกว่ายอดที่บริษัทอนุมัติ หรือเป็นรายการที่ตกลงให้ลูกค้ารับผิดชอบ | โดยทั่วไปลูกค้าเป็นผู้รับผิดชอบ เว้นแต่ตกลงกับบริษัทหรืออู่ได้เป็นอย่างอื่น |
| งานนอกเคลม | ความเสียหายเดิม งานบำรุงรักษา หรือรายการที่ไม่เกี่ยวกับอุบัติเหตุครั้งที่แจ้ง | ไม่อยู่ในค่าสินไหมของเหตุครั้งนั้น |
| งานหรืออะไหล่ที่เลือกเพิ่ม | การอัปเกรด เปลี่ยนรุ่น หรือทำงานเกินกว่าการคืนสภาพความเสียหาย | ส่วนที่เพิ่มขึ้นมักเป็นค่าใช้จ่ายของลูกค้า |
คำถามที่ต้องถามอู่จึงไม่ใช่เพียง "ต้องจ่ายเท่าไร" แต่ต้องถามว่ายอดใดเป็นเงินสำรองจ่าย ยอดใดเป็นค่าเสียหายส่วนแรก และยอดใดเป็นส่วนต่างที่เบิกคืนไม่ได้
อ่านเพิ่ม: ค่าเสียหายส่วนแรกมีสองแบบและคิดคนละวิธี ดูรายละเอียดใน ค่าเสียหายส่วนแรก Excess กับ Deductible ต่างกันอย่างไร
ทำไมอู่จึงให้ลูกค้าสำรองจ่าย
1. อู่ไม่ได้เป็นคู่สัญญากับบริษัทประกันภัย อู่ในเครือมีระบบส่งรายการซ่อม ขออนุมัติ และวางบิลตามข้อตกลงที่มีร่วมกัน อู่นอกเครือไม่มีสัญญาด้านการชำระเงินดังกล่าว เมื่อเจ้าของรถเป็นผู้สั่งซ่อม อู่จึงเรียกเก็บจากเจ้าของรถโดยตรง ประเด็นสำคัญคือสัญญาว่าจ้างซ่อมระหว่างลูกค้ากับอู่ กับสิทธิเรียกร้องค่าสินไหมจากบริษัท เป็นคนละความสัมพันธ์กัน
2. บริษัทยังไม่ได้อนุมัติรายการหรือราคาซ่อม ก่อนรับผิดชอบค่าซ่อม บริษัทต้องตรวจว่าเหตุอยู่ในระยะเวลาคุ้มครองหรือไม่ ความเสียหายสัมพันธ์กับอุบัติเหตุครั้งที่แจ้งหรือไม่ ควรซ่อมหรือเปลี่ยนชิ้นส่วน และราคาค่าแรงกับอะไหล่เหมาะสมเพียงใด หากอู่เริ่มงานก่อนตรวจ อาจเกิดข้อโต้แย้งภายหลังว่าความเสียหายบางรายการไม่ได้เกิดจากเหตุครั้งนั้น
3. เลือกศูนย์หรืออู่ไม่ตรงกับสิทธิซ่อมในกรมธรรม์ คำว่าซ่อมห้างหมายถึงสิทธิซ่อมกับศูนย์บริการตามเงื่อนไขของแผน แต่ไม่ได้แปลว่าศูนย์ทุกแห่งวางบิลตรงกับทุกบริษัท ส่วนกรมธรรม์ซ่อมอู่ หากเลือกเข้าศูนย์ อาจมีค่าแรงและค่าอะไหล่สูงกว่ายอดที่บริษัทรับผิดชอบ ต้องตรวจสองเรื่องพร้อมกันคือกรมธรรม์ให้สิทธิซ่อมแบบใด และสถานที่ซ่อมอยู่ในเครือหรือไม่
ยังไม่แน่ใจว่ากรมธรรม์ของตัวเองเป็นแบบไหน ดู ประกันรถยนต์มีกี่แบบ ชั้น 1, 2+, 3+ คุ้มครองต่างกันอย่างไร
4. มีค่าเสียหายส่วนแรกหรือเงื่อนไขร่วมรับผิด บางกรมธรรม์กำหนดค่าเสียหายส่วนแรกไว้ หรือข้อเท็จจริงของเหตุทำให้ผู้เอาประกันภัยต้องรับผิดบางส่วน จำนวนเงินและกรณีที่เรียกเก็บต้องดูจากตารางกรมธรรม์และเอกสารแนบท้าย ไม่ควรสรุปจากคำบอกเล่า
5. มีความเสียหายเดิมหรืองานที่ไม่เกี่ยวกับเหตุเคลม หากรถมีรอยเดิม อะไหล่เสื่อมตามการใช้งาน หรือขอให้อู่ทำงานบำรุงรักษาเพิ่ม บริษัทรับผิดเฉพาะส่วนที่เกิดจากอุบัติเหตุซึ่งอยู่ในความคุ้มครอง
6. เอกสารหรือข้อเท็จจริงยังไม่ครบ กรณีเหตุไม่ชัด หลักฐานไม่พอ หรือมีประเด็นต้องตรวจเพิ่ม บริษัทอาจยังยืนยันยอดชดใช้ไม่ได้ ลูกค้าที่ต้องการซ่อมทันทีจึงอาจต้องออกเงินก่อน แต่ควรขอให้บริษัทแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษรว่าต้องส่งเอกสารใดเพิ่ม และยอดใดอนุมัติแล้ว
อู่ในเครือ อู่นอกเครือ และศูนย์บริการ ใครจ่ายค่าซ่อม
| สถานการณ์ | วิธีชำระที่พบบ่อย | สิ่งที่ลูกค้าต้องเช็ก |
|---|---|---|
| อู่ในเครือ และรายการซ่อมอนุมัติแล้ว | บริษัทชำระค่าซ่อมส่วนที่คุ้มครองให้อู่โดยตรง | ค่าเสียหายส่วนแรก งานนอกเคลม และส่วนต่างที่อาจมี |
| อู่นอกเครือที่บริษัทอนุญาตให้จัดซ่อม | ลูกค้าอาจสำรองจ่าย แล้วนำเอกสารเบิกตามยอดที่เห็นชอบ | ต้องมีใบประเมินและยอดอนุมัติก่อนเริ่มซ่อม |
| ศูนย์บริการในเครือ และกรมธรรม์มีสิทธิซ่อมห้าง | มักวางบิลตรงตามรายการที่อนุมัติ | ศูนย์นั้นอยู่ในรายชื่อของบริษัทและรุ่นรถได้สิทธิหรือไม่ |
| ศูนย์บริการนอกเครือ หรือกรมธรรม์เป็นซ่อมอู่ | อาจต้องสำรองจ่ายหรือรับผิดชอบส่วนต่าง | ขอเปรียบเทียบยอดที่บริษัทรับผิดกับราคาศูนย์ก่อนซ่อม |
| ซ่อมก่อนแจ้งหรือก่อนตรวจความเสียหาย | ลูกค้ารับความเสี่ยงเรื่องยอดที่ไม่ได้รับอนุมัติ | เก็บหลักฐานทั้งหมดและติดต่อบริษัททันที แต่ไม่ควรคาดหมายว่าจะได้คืนเต็ม |
ข้อควรจำ: ชื่อเสียงของอู่กับสถานะอู่ในเครือเป็นคนละเรื่อง อู่ที่ดีมากอาจไม่ใช่อู่ในเครือของบริษัทที่คุณทำประกันอยู่ และอู่เดียวกันอาจเป็นคู่สัญญากับบางบริษัทแต่ไม่เป็นกับอีกบริษัทหนึ่ง
รถบางรุ่นมีเงื่อนไขศูนย์ซ่อมเฉพาะที่ต้องตรวจเพิ่มก่อนซื้อประกัน ดูตัวอย่างใน Tesla Approved Body Shop (TAB)
จ่ายไปแล้ว จะได้เงินคืนเมื่อไหร่
คำถามนี้สำคัญไม่แพ้คำถามว่าต้องจ่ายเท่าไร แต่มักไม่มีใครตอบให้ชัดตั้งแต่ต้น
กรอบเวลาที่ใช้อ้างอิงได้ การจ่ายค่าสินไหมของบริษัทประกันวินาศภัยมีหลักเกณฑ์ของทางการกำกับอยู่ ตามประกาศว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ และระยะเวลาที่ถือว่าเป็นการประวิงการจ่ายค่าสินไหมทดแทนของบริษัทประกันวินาศภัย โดยหลักคือ เมื่อตกลงจำนวนค่าเสียหายกันได้แล้ว บริษัทต้องกำหนดวันรับเงินที่แน่นอนและไม่เกิน 15 วัน การไม่ระบุจำนวนเงิน ไม่กำหนดวันรับเงิน หรือกำหนดวันรับเงินเกินกรอบดังกล่าวโดยไม่มีเหตุอันสมควร เข้าข่ายการประวิงการจ่ายค่าสินไหมทดแทน ซึ่งพระราชบัญญัติประกันวินาศภัยห้ามไว้
นาฬิกาเริ่มเดินเมื่อไร จุดที่คนเข้าใจผิดบ่อยคือคิดว่านับจากวันที่จ่ายเงินให้อู่ ความจริงกรอบเวลานี้เริ่มนับเมื่อ ตกลงยอดค่าเสียหายกันได้แล้ว ดังนั้นถ้าเอกสารยังไม่ครบหรือยอดยังไม่ตกลงกัน เวลาจะยังไม่เริ่มเดิน นี่คือเหตุผลที่การส่งเอกสารให้ครบตั้งแต่ครั้งแรกสำคัญมาก
ควรทำอย่างไรระหว่างรอ
- ขอให้บริษัทระบุเป็นลายลักษณ์อักษรว่า ตกลงยอดเท่าไร นับจากวันไหน และกำหนดวันรับเงินวันใด
- เก็บหลักฐานวันที่ยื่นเอกสารทุกครั้ง ทั้งอีเมล LINE หรือใบรับเอกสาร
- ถ้าบริษัทแจ้งว่าเอกสารไม่ครบ ให้ขอรายการที่ขาดเป็นข้อความ ไม่ใช่คำบอกทางโทรศัพท์
- เมื่อเลยกำหนดโดยไม่มีคำอธิบาย ให้ทวงถามเป็นลายลักษณ์อักษรก่อน แล้วจึงร้องเรียนสายด่วน คปภ. 1186 พร้อมชุดหลักฐานที่เก็บไว้
การรู้กรอบเวลานี้เปลี่ยนสถานะของลูกค้าจากคนที่รอโดยไม่รู้กำหนด เป็นคนที่ถามได้ว่ากำหนดวันรับเงินคือวันใด
ในมุมกฎหมาย บริษัทให้สำรองจ่ายได้หรือไม่
ไม่มีกฎทั่วไปที่กำหนดว่าผู้เอาประกันภัยรถยนต์ทุกคนต้องสำรองค่าซ่อมก่อนเสมอ วิธีชำระค่าซ่อมขึ้นอยู่กับกรมธรรม์ ความคุ้มครอง ข้อตกลงการจัดซ่อม สถานะของอู่ และการอนุมัติค่าสินไหมในเคสนั้น
บริษัทมีหน้าที่ชดใช้ความเสียหายที่อยู่ในขอบเขตกรมธรรม์ตามแบบและข้อความที่นายทะเบียนกำหนด ปัจจุบันคือแบบกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ตามคำสั่งนายทะเบียนที่ 46/2567 และบริษัทมีสิทธิตรวจสอบสาเหตุ ความเสียหาย รายการซ่อม และจำนวนค่าสินไหมก่อนชำระ การมีประกันจึงไม่ได้แปลว่าบริษัทต้องจ่ายตามใบเสนอราคาของอู่ทุกจำนวนโดยไม่ตรวจสอบ
ในทางกลับกัน เมื่อความเสียหายอยู่ในความคุ้มครองและอนุมัติจัดซ่อมแล้ว ลูกค้ามีสิทธิขอคำอธิบายว่าเหตุใดจึงถูกเรียกเก็บเงิน รายการใดบริษัทรับผิด รายการใดลูกค้ารับผิด และอาศัยข้อใดของกรมธรรม์ ไม่ควรได้รับเพียงคำตอบกว้าง ๆ ว่าเป็นนโยบายบริษัท
บทบาทของประกันไทยดอทคอม: เราช่วยตรวจเอกสาร อธิบายสิทธิ และประสานข้อเท็จจริงระหว่างลูกค้า อู่ และบริษัทประกันภัย แต่ผู้พิจารณาความคุ้มครองและอนุมัติค่าสินไหมคือบริษัทผู้รับประกันภัยตามกรมธรรม์
เคสที่ทีมของเราเจอบ่อย
เคสที่ 1: อู่ประจำนอกเครือ เสนอราคา 60,000 บาท บริษัทเห็นชอบ 48,000 บาท ลูกค้าเข้าใจว่าสำรองจ่าย 60,000 บาทแล้วจะได้คืนเต็ม ความจริงส่วนต่าง 12,000 บาทต้องตกลงกันก่อนว่าจะปรับรายการซ่อมลง เจรจาราคากับอู่ หรือลูกค้ารับภาระเอง สิ่งที่ต้องทำก่อนเปิดงานคือถามให้ชัดว่าบริษัทจะจ่ายตรงให้อู่หรือให้ลูกค้าสำรอง และยอดที่เห็นชอบคือเท่าไร
เคสที่ 2: กรมธรรม์เป็นซ่อมอู่ แต่ลูกค้าอยากเข้าศูนย์ บริษัทรับผิดตามวิธีและราคาซ่อมที่สอดคล้องกับสิทธิในกรมธรรม์ ส่วนที่สูงขึ้นจากการเลือกศูนย์เป็นส่วนต่างของลูกค้า เคสแบบนี้จบดีเสมอถ้าขอยอดเปรียบเทียบสองทางเป็นลายลักษณ์อักษรก่อนเปิดงาน และจบไม่ดีเกือบทุกครั้งถ้าตกลงกันด้วยวาจาหน้าเคาน์เตอร์
จุดร่วมของทั้งสองเคสคือปัญหาไม่ได้เริ่มตอนซ่อม แต่เริ่มจากการตกลงกันไม่ครบก่อนซ่อม
ก่อนอนุมัติซ่อม ต้องถาม 7 ข้อนี้
- กรมธรรม์ของรถคันนี้เป็นซ่อมอู่หรือซ่อมห้าง
- อู่หรือศูนย์ที่เลือกอยู่ในเครือของบริษัทสำหรับกรมธรรม์นี้หรือไม่
- รายการซ่อมและราคาใดได้รับอนุมัติแล้ว
- มีรายการใดรอตรวจ รออะไหล่ หรือยังไม่อนุมัติ
- ลูกค้าต้องชำระเงินเท่าไร และแต่ละยอดเป็นค่าอะไร
- หากเป็นเงินสำรองจ่าย บริษัทรับพิจารณาเบิกคืนไม่เกินยอดใด ใช้เอกสารอะไร ยื่นที่ไหน และกำหนดวันรับเงินเมื่อใด
- หากอู่พบความเสียหายเพิ่มหลังรื้อรถ ต้องหยุดรออนุมัติก่อนทำงานเพิ่มหรือไม่
ขอให้บันทึกคำตอบไว้ใน LINE อีเมล เอกสารอนุมัติ หรือเอกสารรับรถ เพราะหลักฐานที่ชัดเจนช่วยลดข้อโต้แย้งได้ดีกว่าการตกลงด้วยวาจา
เอกสารที่ควรเก็บ หากต้องสำรองจ่าย
- ใบเคลม ใบรับรองความเสียหาย หรือเลขที่เคลม
- ใบประเมินราคาซ่อมและรายการที่บริษัทอนุมัติ
- ภาพถ่ายความเสียหายก่อนซ่อม ระหว่างซ่อม และหลังซ่อม
- ใบเสร็จรับเงินและใบกำกับภาษีฉบับถูกต้องจากอู่
- หลักฐานการชำระเงิน และหลักฐานวันที่ยื่นเอกสารให้บริษัท
- สำเนากรมธรรม์ ตารางกรมธรรม์ และเอกสารแนบท้ายที่เกี่ยวข้อง
- สำเนาบัตรประชาชนและสำเนาทะเบียนรถตามที่บริษัทขอ
- หน้าสมุดบัญชีหรือข้อมูลบัญชีสำหรับรับเงิน
- หนังสือมอบอำนาจ หากผู้ดำเนินการไม่ใช่ผู้มีสิทธิ
รายการเอกสารต่างกันตามบริษัทและลักษณะความเสียหาย ควรขอเช็กลิสต์จากบริษัทก่อนชำระเงิน ไม่ควรอาศัยเอกสารจากอู่เพียงฝ่ายเดียว
ก่อนซื้อประกันปีหน้า ควรถามอะไร เพื่อไม่ต้องเจอเรื่องนี้อีก
ปัญหาสำรองจ่ายส่วนใหญ่ตัดสินตั้งแต่วันเลือกแผน ไม่ใช่วันเกิดเหตุ ก่อนต่อประกันครั้งหน้า ถาม 6 ข้อนี้
- บริษัทนี้มีอู่ในเครือกี่แห่ง และมีแห่งไหนใกล้บ้านหรือที่ทำงานบ้าง
- รถรุ่นนี้มีศูนย์บริการที่รับวางบิลกับบริษัทหรือไม่ และครอบคลุมงานประเภทใด
- แผนนี้เป็นซ่อมห้างถึงอายุรถกี่ปี และเมื่อพ้นเงื่อนไขจะเปลี่ยนเป็นซ่อมอู่หรือไม่
- มีค่าเสียหายส่วนแรกในตารางกรมธรรม์หรือไม่ เท่าไร และเรียกเก็บกรณีใด
- ถ้าอยากใช้อู่ประจำที่ใช้มาตลอด อู่นั้นเป็นคู่สัญญากับบริษัทนี้หรือไม่
- เมื่อเกิดเหตุ ใครเป็นผู้ประสานงานให้ และติดต่อได้ในช่องทางใด
เบี้ยที่ถูกกว่าไม่กี่ร้อยบาทอาจแลกมาด้วยการต้องสำรองจ่ายหลักหมื่นและรอเงินคืนหลายสัปดาห์ ก่อนตัดสินใจจากราคาอย่างเดียว ลองดู เปรียบเทียบประกันรถยนต์ 2569: 10 จุดที่ต้องดูก่อนเลือก
คำถามที่พบบ่อย
มีประกันชั้น 1 แล้วทำไมยังต้องสำรองจ่าย ชั้น 1 ให้ความคุ้มครองกว้าง แต่ไม่ได้กำหนดว่าทุกอู่ต้องให้เครดิตกับบริษัทประกันภัย หากเลือกอู่นอกเครือ ศูนย์ที่ไม่ใช่คู่สัญญา ซ่อมก่อนอนุมัติ หรือมีรายการนอกความคุ้มครอง ลูกค้าอาจต้องสำรองจ่ายหรือรับผิดชอบบางส่วน
ซ่อมอู่นอกเครือแล้วเบิกคืนได้เต็มไหม ไม่ควรคาดหมายว่าจะได้คืนเต็มตามใบเสร็จ บริษัทพิจารณาตามความคุ้มครอง ความเสียหายจริง ความเหมาะสมของราคา ยอดที่อนุมัติ และเอกสารประกอบ จึงควรยืนยันวงเงินก่อนซ่อม
ซ่อมรถไปก่อนแล้วค่อยแจ้งประกันได้ไหม มีความเสี่ยงสูง เพราะบริษัทอาจตรวจสอบสาเหตุ รายการ และราคาไม่ได้ครบ หากไม่ใช่กรณีฉุกเฉิน ควรแจ้งเคลมและรอแนวทางก่อนเริ่มซ่อม
ยื่นเอกสารครบแล้วแต่เงินยังไม่เข้า ควรทำอย่างไร ขอให้บริษัทระบุเป็นลายลักษณ์อักษรว่าตกลงยอดเท่าไรและกำหนดวันรับเงินวันใด เพราะเมื่อตกลงยอดกันแล้ว การกำหนดวันรับเงินที่เกินกรอบโดยไม่มีเหตุอันสมควรเข้าข่ายการประวิงการจ่ายค่าสินไหม หากทวงถามแล้วยังไม่คืบ ร้องเรียนสายด่วน คปภ. 1186 พร้อมหลักฐานการยื่นเอกสาร
ใครเป็นผู้อนุมัติว่าค่าซ่อมเบิกได้เท่าไร บริษัทผู้รับประกันภัยเป็นผู้พิจารณาความคุ้มครองและค่าสินไหมตามกรมธรรม์ อู่จัดทำรายการและราคา ส่วนนายหน้าช่วยอธิบายและประสานงาน แต่อนุมัติแทนบริษัทไม่ได้
มุมมองจากประกันไทยดอทคอม
ความคุ้มค่าของประกันเห็นชัดที่สุดในวันที่ต้องใช้สิทธิ ไม่ใช่วันที่จ่ายเบี้ย ประกันไทยดอทคอมดำเนินธุรกิจประกันภัยตั้งแต่ พ.ศ. 2547 เราให้ความสำคัญกับการอธิบายสิทธิและข้อจำกัดตามกรมธรรม์อย่างตรงไปตรงมา รวมถึงประสานงานระหว่างลูกค้า อู่ และบริษัทประกันภัย เพื่อให้ทุกฝ่ายใช้ข้อมูลชุดเดียวกันก่อนตัดสินใจซ่อม
หากรถของคุณกำลังจะเข้าซ่อม ส่งข้อมูล 4 อย่างนี้ให้ทีมงานตรวจสอบเบื้องต้นได้
- รูปความเสียหาย
- ใบเคลมหรือเลขที่เคลม
- ชื่อบริษัทประกันภัยและเลขกรมธรรม์
- ชื่ออู่หรือศูนย์ที่ต้องการเข้าซ่อม
โทร. 02-459-2223 | LINE Official: @prakanthai | www.prakanthai.com
ประกันไทยดอทคอมช่วยตรวจข้อมูลและประสานงานตามเอกสารที่ได้รับ การรับประกันภัย การพิจารณาความคุ้มครอง และการจ่ายค่าสินไหมเป็นอำนาจของบริษัทผู้รับประกันภัยตามข้อกำหนด เงื่อนไข และข้อยกเว้นของกรมธรรม์