ข้ามไปที่เนื้อหา
ประกันไทย
ไทยEN中文

ประกันสุขภาพ Copayment คืออะไร เคลมแบบไหนถึงต้องร่วมจ่าย 30–50% และเลือกแผนอย่างไร

ประกันสุขภาพ Copayment คืออะไร เคลมแบบไหนถึงต้องร่วมจ่าย 30–50% และเลือกแผนอย่างไร

ข้อมูลอ้างอิง ณ 20 ตุลาคม 2569 · เรียบเรียงโดย ประกันไทยดอทคอม

ปีที่แล้วเป็นไข้หวัด ท้องเสีย เวียนหัว เข้าโรงพยาบาลไปหลายรอบ เคลมประกันสุขภาพได้ทุกครั้ง พอใกล้ต่ออายุ หนังสือแจ้งต่ออายุกลับมีเงื่อนไขว่าปีหน้าต้องร่วมจ่ายค่ารักษาเองบางส่วน

เงื่อนไขนี้คือ Copayment ใช้กับใครบ้าง เคลมแบบไหนถึงเข้าเกณฑ์ และถ้ากำลังจะซื้อประกันสุขภาพตอนนี้ ควรเลือกอย่างไร?

Copayment ประกันสุขภาพ คืออะไร?

คำตอบสั้น: Copayment หรือส่วนร่วมจ่าย คือเงื่อนไขที่ผู้เอาประกันภัยจ่ายค่ารักษาเองเป็นสัดส่วน เช่น 30% ของทุกบิล ที่พูดถึงกันมากคือแบบที่เกิดตอนต่ออายุ ใช้กับกรมธรรม์ประกันสุขภาพฉบับใหม่ที่เริ่มคุ้มครองตั้งแต่ 20 มีนาคม 2568 และมีเงื่อนไขนี้เขียนไว้ ถ้าปีที่ผ่านมาเคลมตั้งแต่ 3 ครั้งและยอดเคลมสูงเกินเกณฑ์ ปีถัดไปต้องร่วมจ่าย 30% หรือ 50% แล้วกลับเป็นปกติเมื่อไม่เข้าเงื่อนไข จะมี Copayment หรือไม่ขึ้นกับเงื่อนไขของกรมธรรม์แต่ละแผน ผู้ที่ซื้อใหม่จึงควรเช็กก่อนตัดสินใจ

สำนักงาน คปภ. อธิบายว่ามี Copayment 2 แบบ

แบบเกิดขึ้นเมื่อไรผลต่อเบี้ย
ร่วมจ่ายตั้งแต่เริ่มสัญญาผู้เอาประกันภัยเลือกเองตอนซื้อเบี้ยถูกลง
ร่วมจ่ายตอนต่ออายุเมื่อปีที่ผ่านมาเคลมเข้าเกณฑ์ไม่ได้เลือกเอง เป็นผลจากประวัติเคลม

เคลมแบบไหน ปีถัดไปถึงต้องร่วมจ่าย?

เกณฑ์ที่ภาคธุรกิจประกันภัยนำมาใช้ ตามที่สมาคมประกันชีวิตไทยชี้แจง ดูจากการเคลมในปีกรมธรรม์ที่ผ่านมา

กรณีเคลมแบบไหนร่วมจ่ายปีถัดไป
1โรคเล็กน้อย (Simple Diseases) ตั้งแต่ 3 ครั้ง และยอดเคลมตั้งแต่ 200% ของเบี้ย30% ของทุกค่ารักษา
2เจ็บป่วยทั่วไป ตั้งแต่ 3 ครั้ง และยอดเคลมตั้งแต่ 400% ของเบี้ย (ไม่นับผ่าตัดใหญ่และโรคร้ายแรง)30% ของทุกค่ารักษา
3เข้าทั้งกรณี 1 และ 250% ของทุกค่ารักษา

โรคเล็กน้อย (Simple Diseases) คืออาการที่รักษาแบบผู้ป่วยนอกได้ถ้าไม่มีภาวะแทรกซ้อน เช่น ไข้หวัดใหญ่ ติดเชื้อทางเดินหายใจส่วนบน ไข้ไม่ระบุสาเหตุ ปวดหัว เวียนศีรษะ ท้องเสีย กระเพาะอาหารอักเสบ กรดไหลย้อน ภูมิแพ้ และกล้ามเนื้ออักเสบ

เงื่อนไขนี้พิจารณาเป็นรายปี ถ้าปีต่อมาเคลมลดลงจนไม่เข้าเกณฑ์ กรมธรรม์จะกลับเป็นแบบปกติในปีถัดไป

ตัวอย่างคำนวณเพื่อให้เห็นภาพ

เบี้ยประกันสุขภาพ 20,000 บาท/ปี ในปีนั้นเคลมด้วยไข้หวัดใหญ่ ท้องเสีย และกรดไหลย้อน รวม 3 ครั้ง ยอดเคลมรวม 40,000 บาท

  • ยอดเคลมคิดเป็น 40,000 ÷ 20,000 = 200% ของเบี้ย และเคลมครบ 3 ครั้ง จึงเข้ากรณีที่ 1
  • ปีถัดไปถ้าค่ารักษา 10,000 บาท ผู้เอาประกันภัยจ่ายเอง 30% = 3,000 บาท บริษัทจ่าย 7,000 บาท

ถ้าแผนนั้นมีความรับผิดส่วนแรก (Deductible) ด้วย ให้หักส่วนแรกออกจากค่ารักษาก่อน แล้วจึงคิด Copayment จากส่วนที่เหลือ

Copayment ต่างจาก Deductible อย่างไร?

 CopaymentDeductible
คิดแบบไหนเป็นเปอร์เซ็นต์ของค่ารักษาเป็นจำนวนเงินก้อนแรก เช่น 20,000 หรือ 200,000 บาท
ผู้เอาประกันภัยรู้ล่วงหน้าไหมแบบต่ออายุ ขึ้นกับประวัติเคลมรู้ตั้งแต่ซื้อ เพราะเลือกเอง
เหมาะกับใคร–ผู้ที่มีประกันกลุ่มหรือประกันอื่นจ่ายก้อนแรกให้แล้ว

หลักง่าย ๆ คือ Deductible เป็นตัวเลขที่เลือกเองเพื่อลดเบี้ย ส่วน Copayment แบบต่ออายุเป็นผลจากการเคลม อ่านต่อเรื่อง ค่าเสียหายส่วนแรก Excess กับ Deductible ต่างกันอย่างไร

ทำอย่างไรให้ไม่ต้องร่วมจ่ายตอนต่ออายุ?

  1. อ่านหนังสือแจ้งต่ออายุทุกปี บริษัทจะแจ้งเงื่อนไขร่วมจ่ายไว้ในหนังสือต่ออายุ
  2. อาการเล็กน้อยรักษาแบบผู้ป่วยนอก เมื่อแพทย์เห็นว่าไม่จำเป็นต้องนอนโรงพยาบาล
  3. แยกวงเงิน OPD ไว้ใช้กับการหาหมอทั่วไป แทนการเบิกจากวงเงินผู้ป่วยใน
  4. เช็กเงื่อนไขต่ออายุของแผนก่อนซื้อ ว่ามีข้อกำหนดร่วมจ่ายหรือไม่ และคิดอย่างไร

มีประกันสุขภาพที่ไม่มี Copayment ไหม?

มี เพราะ Copayment ขึ้นกับเงื่อนไขของกรมธรรม์แต่ละแผน ตัวอย่างคือ AXA SmartCare Essential ของแอกซ่าประกันภัย ซึ่งไม่มีเงื่อนไข Copayment ทั้งตอนซื้อและตอนต่ออายุ

  • ค่ารักษาผู้ป่วยในหลายหมวดจ่ายตามจริง วงเงิน 1–10 ล้านบาทต่อโรค
  • เลือกความรับผิดส่วนแรก 20,000–200,000 บาท เพื่อลดเบี้ยได้
  • เพิ่ม OPD ได้ 3,000 บาท/ครั้ง หรือ 50,000 บาท/ปี
  • เบี้ยแผนผู้ป่วยในเริ่มต้น 16,310 บาท/ปี (ข้อมูล ณ 20 ต.ค. 2569) เบี้ยจริงขึ้นกับอายุ แผน และส่วนแรกที่เลือก

ดูความคุ้มครอง เบี้ยตามอายุ และใครที่แผนนี้ไม่รับ ได้ที่ ประกันสุขภาพ AXA SmartCare Essential หรือลองใส่อายุของทั้งบ้านใน เครื่องคำนวณเบี้ย AXA SmartCare Essential

แผนที่ไม่มีเงื่อนไขร่วมจ่ายยังมีระยะรอคอย ข้อยกเว้นโรคที่เป็นมาก่อน และเกณฑ์รับประกันตามปกติ ควรอ่านส่วน "ใครยังไม่ควรซื้อ" ก่อนตัดสินใจ

คำถามที่พบบ่อย

กรมธรรม์ที่ซื้อก่อน 20 มีนาคม 2568 ต้องร่วมจ่ายไหม?

เกณฑ์ที่ประกาศระบุใช้กับกรมธรรม์ฉบับใหม่ที่เริ่มคุ้มครองตั้งแต่ 20 มีนาคม 2568 ถ้าเป็นกรมธรรม์เดิม ให้ดูเงื่อนไขในหนังสือแจ้งต่ออายุของบริษัท

ผ่าตัดใหญ่หรือรักษาโรคร้ายแรง นับรวมในเกณฑ์ไหม?

กรณีที่ 2 ไม่นับการผ่าตัดใหญ่และโรคร้ายแรง จึงไม่ทำให้เข้าเกณฑ์ร่วมจ่ายในกรณีนี้

ปีแรกที่ซื้อ ต้องร่วมจ่ายเลยไหม?

ไม่ เงื่อนไขร่วมจ่ายแบบต่ออายุพิจารณาจากการเคลมในปีที่ผ่านมา จึงเริ่มมีผลได้ตั้งแต่ปีต่ออายุ เว้นแต่เลือกซื้อแบบร่วมจ่ายตั้งแต่เริ่มสัญญาเอง

ถ้าอยากเทียบแผนที่มีและไม่มีเงื่อนไขร่วมจ่าย ต้องทำอย่างไร?

ส่งวันเดือนปีเกิด และบอกว่ามีประกันกลุ่มหรือประกันสุขภาพอื่นอยู่หรือไม่ ทีมงานจะส่งใบเสนอเบี้ยพร้อมสรุปเงื่อนไขต่ออายุกลับภายในวันทำการ LINE Official: @prakanthai · โทร. 02-459-2223

หมายเหตุ

ข้อมูลเงื่อนไข Copayment อ้างอิงจากคำชี้แจงของสำนักงาน คปภ. และสมาคมประกันชีวิตไทยที่เผยแพร่ผ่านสื่อ ส่วนข้อมูล AXA SmartCare Essential อ้างอิงจากเอกสารนำเสนอผลิตภัณฑ์และข้อมูลจากบริษัท แอกซ่าประกันภัย จำกัด (มหาชน) ตรวจสอบ ณ วันที่ 20 ตุลาคม 2569 เป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่ส่วนหนึ่งของสัญญาประกันภัย เงื่อนไขของแต่ละกรมธรรม์อาจต่างกัน การพิจารณารับประกันภัยและการจ่ายค่าสินไหมทดแทนเป็นอำนาจของบริษัทผู้รับประกันภัย ประกันไทยดอทคอมเป็นนายหน้าประกันวินาศภัย ไม่ใช่บริษัทผู้รับประกันภัย ใบอนุญาตเลขที่ 5104000004 ควรอ่านกรมธรรม์และหนังสือแจ้งต่ออายุให้ครบก่อนตัดสินใจ

แชร์